กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

ชิออน ชมรมสารพัดรับจ้าง : นิยายหน้าสุดท้าย Story Day (ต้นจนจบ)

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5-7-2013 18:15 โดย monkey

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 3-7-2013 18:58 โดย monkey

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2-7-2013 18:49 โดย monkey

เรื่องที่ควรรู้เมื่ออ่านฟีคนี้

1.เจ้าของฟีคนี้บ้ายอ ถ้าไม่เม้นต์ต่อจะไม่แต่งต่อเด็ดขาด (ยกเว้นในกรณีที่นอยไปแล้วละอยากแต่งต่ออันนี้ค่อยว่ากันอีกที)

2. คนแต่งฟีคนี้ทำตามคำรีเควสของคนอ่าน บอกมาเลยว่าอยากให้แต่งแบบไหน

3. สนใจกันนิดนุง ผมมันคนขี้น้อยใจ วันไหนไม่มีคนมาเม้นต์ต่ออาจจะนอยจนตรอมใจได้..ก็เป็นได้

4.ปลอดนักอ่านเงานะฮับ^^

ลองเอาเรื่องใหม่มาลงดูดีกว่า ฆ่าเลาแต่งการินไปด้วยอะนะฮะ ชื่อเรื่องนี้มันคือ.....ชิออน ชมรมสารพัดรับจ้าง

ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี

เสียงกรีดร้องของผู้เคราะห์ร้ายโหยหวญสุดชีวี

วิ่งหนีไม่คิดหวาดกลัวความมืดมิดที่มีเบื้องหน้า

ขอแต่พระเจ้าโปรดเมตตาช่วยลูกช้างลอดกลับไปหาครอบครัวด้วยเถิด





ท่ามกลางความมืดมิด แสงสลัวจากดวงจันทร์เท่านั้นที่คอยส่องทางให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายวิ่งหนีผู้ล่ากระหายเลือดเบื้องหลัง ผู้ล่าไล่ตามอยู่ห่างๆด้วยความสนุกสนานที่เห็นเหยื่อสาววิ่งหนีตนเองสุดชีวิต



เตร็ง.....เตร๊ง....เตร๊ง

เสียงนาฬิกาเลือนยักษ์ที่หอนาฬิกาส่งเสียงเหง่งหง่างบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสามแล้วตั้งแต่ตอนที่เกมส์นองเลือดนี่เริ่มขึ้น ผู้ล่าถอยหายใจมองขึ้นไปตัวอาคารฝั่งตรงข้าม เงากลุ่มคนยืนมองเขาอยู่อย่าเบื่อหน่าย สายตาหลากสีเรืองแสงอยู่เบื้องหน้า

“รู้แล้วละน่า” ผู้ล่าพึมพำพร้อมสะบัดผมยาวๆสีเงินของตัวเอง  ก่อนจะมองหาเหยื่อที่วิ่งหายเข้าไปในห้องเรียนเมื่อซักครู่

            ร่างบางสั่นเทาพร้อมกับใช้มือปาดเหงื่อที่มีเลือดอยู่เล็กน้อยออกจากหน้าผาก ก่อนร่างบางจะชำเลืองมองแสงสว่างที่สาดเข้ามาในห้องเรียน

ยาม!!!

เด็กสาวผลุนผลักขึ้นจากโต๊ะเพราะความกลัว สมองสั่งการเพียงแค่วิ่งออกไปจากห้องเรียนเพื่อไปหายาวเท่านั้น!

ครืน!!!

เสียงประตูเลื่อนเปิดเสียงดังพร้อมกับร่างบางโชกเลือดที่วิ่งออกมา แสงไฟจากไฟฉายสว่างจ้าเข้าสู่นัยน์ตาของเด็กสาวจนเธอต้องหลับตา

“เธอ...” เสียงของผู้ถือไฟฉายดูเรียบเฉยไม่ตกใจก่อนเธอจะรู้ซึ่งถึงความผิดพราดอันใหญ่หลวงของเธอ ผู้ถือไฟแยลดไฟฉายลงมองเห็นผมยาวสลวยสีเงินที่สยายไปกับสายลม กลิ่นคาวเลือดลอยมาแต่ไกลมองเห็นร่างเหี่ยวแห้งของศพยามในมือที่คอหมุนได้รอบทิศ

“เอาละ ได้เวลาเรามาปิดฉากเกมส์ของเราเสียที” จบคำพูด เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ตรงลำคอของเด็กสาวร้อนผ่าวพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปล๊บ ร่างเด็กสาวทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดแสนทรมานส่งผ่านเส้นประสาทไปให้สมองสั่งการให้ดิ้นทุรนทุราย แม้ในใจจะหวังให้ร่างที่กำลังกัดลำคอของเธอไว้ชีวิต แม้จะกลายเป็นชีวิตที่พิการเป็นอัมพาตไปไหนไม่ได้ก็ตาม อย่าน้อยไว้ชีวิต....  เด็กสาวหัวใจหยุดเต้นในทันทีที่เลือดหยดสุดท้ายหายไปจากร่างกาย ร่างผู้ล่าปล่อยให้เด็กสาวหลุดจากคมเขี้ยวของต้นพร้อมกับเริ่มลงมือชำแหละเอาของบางอย่างที่สำคัญที่สุดในร่างกายไป....”หัวใจ” ผู้ล่าทิ้งรางสาวน้อยที่ไร้ทั้งเลือดและหัวใจให้นอนลงบนพื้นเย็นเฉียบมองเครื่องหมายไม้กางเขนที่ปรากฏเป็นรอยสักบนลำคอของร่างไร้วิญญาณมันคือรอยที่พวกเขาสร้างไว้เพื่อจองเหยื่อ....ก่อนจะสังหาร

แสงยามเช้าส่องบอกรุ่งอรุณ

กลิ่นเลือดฉุนคาวคลักหักความหวัง

ร่างสาวน้อยนอนบนพื้นหมดพลัง

เลือดและหวังดับลับไปพร้อมชีวา




เสียงวิ่งตึงตังดังลั่นจากบนบ้านเดียวชั้นเดียว เด็กสาววิ่งลงจากชั้นสอง แต่แทนที่จะเรียกว่าจะวิ่งลงบันไดเราควรจะเรียกว่าเธอกระโดดลงจากบันไดซะมากกว่า นาฬิกาเรือนน้อยที่ข้างฝาบอกเวลาสองโมงกว่า มันเป็นเวลาที่ใครหลายๆคนตอนนี้กำลังยืนเข้าแถวเคารพธงชาติอยู่ที่หน้าเสาธงซะมากกว่า เด็กสาววิ่งไปเปิดตู้เย็นหยิบนมออกมาหนึ่งกล่องก่อนจะซดนมอั่กๆและรีบวิ่งออกจากบ้านทั้งๆที่ถุงเท้าที่ใส่มันคนละสี (อย่างฮา) เด็กสาววิ่งไปโรงเรียนโดยที่ไม่ลืมจะบอกรูปภาพพ่อกับแม่ของเธอก่อนออกจากบ้าน เด็กสาวรีบวิ่งเข้าโรงเรียน เพียงแต่อีกไม่ถึงนารทีประตที่เหลือรู่อยู่เพียงน้อยนิดจะปิดประตูลัดเธอก่อนที่เธอจะได้เข้าไปและเธอก็ติดสปีตท์ที่เท้าก่อนจะสไลต์ตัวเหมือนสไลท์ตัวสกัดลูกฟุตบอลก่อนเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม!!! เด็กสาวมองสภาพตัวเองตอนเข้าแถวเสร็จและกำลังเดินขึ้นอาคาร เส้นผมสีดำสลวยที่จัดทรงไว้อย่างสวยงามเมื่อเช้ากลายเป็นหัวอีเพิ้งที่ยุ่งเหยิงเข้าขั้นไอซียูเลยทีเดียว เด็กสาวมองตัวเองในกระจกอย่างหวันๆกลัวจะกลายเป็นการทำให้กระจกแตกเพราะสภาพหนังหัวตัวเอง เด็กสาววางข้าวของและลงมือมัดผมขึ้นสูงเป็นหางม้าใหม่ หลังคอขาวซีดของเธอตัดกับสีดำสนิทของรอยประหลาดที่เป็นรูป “ไม้กางเขน” ของเธอ เด็กสาวพัดมือไหวๆที่บริเวณใบหน้าเพื่อสลัดความร้อนออกจากร่างกาย

“เจอแล้ว”

เสียงหนึ่งดังมาตามสายลมทำเอาเด็กสาวสะดุ้งเฮือกหันหลังกลับไปมอง แต่ด้านหลังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของคนแม้แต่คนเดียว เด็กสาวเกาหัวงงๆก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องเรียนที่อยู่ชั้นต่อไป

“โย่วเจสส์”

“อรุณสวัสดิ์เจสส์ซี่”

เพื่อนๆในห้องกล่าวทักทายคุณนายสายเสมอประจำห้อง เด็กสาวกล่าวทักทายก่อจะไปนั่งโต๊ะประจำตัว เด็กสาวล้วงมือเข้าไปใต้โต๊ะตนเองเพื่อจะควานหาหนังสือเรียนที่จะเรียนชั่วโมงต่อมา

ฉึก!

ของมีคมบาดลึกเข้าที่ปลายนิ้วของเด็กสาว เจสส์ร้องเสียงเบาเพราะคนอื่นเริ่มเรียนกันแล้ว  ใบมีดคัตเตอร์ส่องประกายอยู่ใต้ตัวโต๊ะทำเอาเจสส์หน้าซีด

ใครเป็นคนทำกันนะ!!....

เด็กสาวเงียบเสียงลงพร้อมกับเก็บเอามีดคัดเตอร์ออกจากใต้โต๊ะ

“ธะ....เธอ” เสียงเรียกจากด้านหลังดังลั่นทำเอาคนทั้งห้องมองมาที่ต้นเสียง

“มีอะไรเหรอ?” อาจารย์ประจำวิชาทัก เด็กสาวที่นั่งด้านหลังอ้าปากเหวอพร้อมกับพูดเสียงดังทำท่าตกใจเหมือนตัวเองโดนมีดบาดเองซะงั้น

“เจสส์ซี่โดนมีดคัดเตอร์บาดคะ ใครแกล้งเอามาไว้ก็ไม่รู้” เด็กสาวพูดพร้อมกับคว้าแขนของเจสส์ไปห้องพยาบาลโดยเจ้าตัวไม่ได้เอ่ยปากอยากไปซักคำ  



ห้องพยาบาล



เด็กสาวสองคนนั่งปฐมพยาบาลกันอย่างเงียบๆ

“ฉันไม่เป็นไรแล้วละไดซ์ พอเถอะ” เด็กสาวบอกเพื่อนก่อนจะชักมือกลับ

“ตอนนี้เธอจะไม่เป็นไร แต่ต่อไปนะ...เธอเป็นแน่” เด็กสาวพูดเสียงเข้มเหมือนจริงจังสุดฤทธิ์

“ทำไมละ” เจสส์มองหน้าเพื่อนสาว

“เธอเห็นนี่มั๊ย?” เด็กสาวชี้ที่ข้อมือตัวเอง ตรงข้อมือของเด็กสาวมีรอยแผลเป็นรอบไหม้รูปไม้กางเขนสีดำ

“ทำไมเหรอ?” เด็กสาวนั่งขัดสมาธิบนเตียงพยาบาล

“เพราะในข่าวนะสิ มันเริ่มตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว มีการฆ่าตกกรมต่อเนื่องมา 10 รายแล้ว!! แถมทุกคนที่ตาย หัวใจหาย เลือดหมดตัวตาย และมีรอยสักสีดำรูปไม้กางเขน!!! เธอยังจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาอีกเหรอ?” ไดซ์เอ่ยปากพร้อมกับทำท่ากลัวจนตัวสั่น

“เธอเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนี้เหรอ? บังเอิญมั้ง” เด็กสาวพูดยิ้มๆเหมือนเรื่องล้อเล่นขำๆประจำวัน ไดซ์เบ้ปากพร้อมกับยื่นใบปลิวมาให้เด็กสาวดู

“เธอรู้จักใบปลิวนี่มั๊ย?” เรื่องคุยถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเด็กสาวงง

“หืม...ไม่นี่” เด็กสาวพูดพร้อมกับยื่นใบคือไว้ให้ ไดซ์ไม่รับคืนและไม่หยุดที่จะพูดเรื่องที่เธออยากจะพูดให้เจสส์ฟัง

“เธอรู้มั๊ย? ว่าใบปลิวนี่นะมันจะส่งมาให้สำหรับคนที่กำลังจะเดือดร้อนจริงๆนะ เดือดร้อนมากๆด้วย แล้วแถมยังเป็นใบปลิวสีดำด้วยนะ มันหมายถึงคนๆนั้นกำลังจะเกิดเรื่องเดือดร้อนจนถึงชีวิตนะจะบอกให้ และตอนนี้ฉันก็กำลังพยายามตามหาอยู่” เด็กสาวพูด ตาลอยๆปากสั่นเทา

“=[]= เพ้อเจ้อ”

“ไม่ได้เพ้อเจ้อนะยัยบ้า!!!” ไดซ์ตะโกนก้อง “ฉันกลัวว่าเราจะตายนะสิ และมันเป็นเรื่องเล่าในโรงเรียนด้วย เล่ากันมาว่าที่โรงเรียนสตรียูงะ หรือโรงเรียนเราในปัจจุบันเนี้ยมีชมรมที่ผิดกฎหมายชื่อชมรมว่าอะไรไม่รู้ เพราะไม่มีใครเคยบอกแม้แต่คนที่เล่ามาก็เถอะนะ มัน เป็นชมรม ‘ชายล้วน’ ที่ตั้งขึ้นในโรงเรียนหญิงล้วน แห่งนี้  มีรุ่นพี่เราสามปีเคยเล่ามานะว่าเธอเคยใช้บริการเพราะเธอโดนหมายหัวโดยแก๊งที่มีอิทธิพลก่อนเธอจะรอด แต่สุดท้ายหลังจากเธอเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับชมรมนี้เสร็จเธอก็หายตัวไป” เด็กสาวทำหน้าเครียด

***********************************

โอเค ข้าน้อยกำังเพ้อเจ้อได้ที่เลย เป็นยังไงก็ช่วยเม้นเรื่องนี้หน่อยนะครับว่าสนุกมั๊ย? สนุกก็ติดตามนำเด้อครับ
2

จำนวน

  • fin

  • NekoblacX

Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

น่าสนุกๆๆ ติดตามนะคะ >w<  อัพไวๆล่ะ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)
อุนิ อุนิ ข้าวปุ้น มิมิ! ! 0w0

TOP

อัพพพพพพพพพพพพพพพพ
น่าสนุก........น่าลุ้น........
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)
poopea

TOP

อัพพพพพพพ
สนุกจัง อย่าลืมมาอัพพพด้วยน้า~~
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)
ikinari_miko

TOP

อัพด่วนค่าาาาา
สนุกมาก
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

เพิ่งมาอ่าน .. สนุกดีค่ะ หวังว่าคงไม่เป็นแนวฆาตกรรมนะ =w=

พิมพ์ตกอยู่ 2 จุดนะจ้ะ ลองไปหาดู
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-2-2013 14:02 โดย monkey

ขอบคุณคร้าบ อ๋อ ผมมารอบนี้ผมจะมาแนะนำชมรมครับ^^

‘ชิออน ชมรมสารพัดรับจ้าง’

-คุณกำลังเดือดร้อนอยู่ใช่มั๊ย? ถ้าคุณกำลังเดือดร้อนอยู่ละก็...มาหาเราสิ เราจะรอคุณอยู่ที่โรงเรียนสตรียูงะ ห้องดนตรีเก่าอาคาร 1 เคาะประตูสามครั้งเพื่อเป็นสัญญาณเรียกเราและขับขานชื่อของเราให้ครบถุกอักษร-

เมื่อจู่ๆคุณได้รับใบปลิวไร้แก่นสารเมื่อยานคุณเดือดร้อนและในใบปลิวนั้นก็ไม่มีหัวข้อ ชื่อเรื่อง หรือแม้แต่ชื่อบริษัท  ในใบปลิวนั้นกลับมีเพียงเนื้อหาของข้อความข้างต้นเท่านั้น ท่านจะทำยังไง (บ้าไปแล้ว) นิยายเรื่องนี้ผมจะแต่งในหลายๆแนว คุณสามารถส่งคำร้องเข้ามาได้นะครับว่าอยากให้มีภารกิจแบบไหน ส่งเข้ามาได้นะครับว่าแบบไหน แต่ตอนต้นเรื่องผมจะเป็นคนประเดิมเองในตอนต่อไป แนะนำตัวละครกันดีกว่า

เจสเตอร์ – หัวหน้าชมรมผู้มากความสามารถ ช่วยเหลือผู้อื่นได้หมดแต่แก้ปัญหาตัวเองไม่เคยได้ซักที =[]=

อีฟ,อีวาน – แฝดสุดป่วน  ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่มักจะมาในเรื่องปัญหาความรัก เรียกง่ายๆว่าพวกมันคือคิวบิดนั้นเอง

M.B – หนุ่มหน้ามนคนสารคามที่มีสองบุคลิกในคนเดียวส่วนใหญ่มักโดนจับไปดูโอ่กับเจสเตอร์ ผู้ว่าจ้างหลักมักจะมาในปัญหาให้บู๊แหลกล้างผาญ คติประจำใจเวลาจะเริ่มงาน  “เรื่องฆ่าไว้ใจเรา ขอแค่บอกตายเหี้ยนหมดแน่”

เซน,เดย์ – คู่หูนักวิชาการใหญ่มาแนวเดียวกับโคนันซะยังงั้น มีหน้าที่เป็นสมองของชมรม ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่มักมาจากกรมตำรวจให้ช่วยสืบคดีต่างๆ

ไมน่อน – หนุ่มหน้าหวานประจำชมรมแอบชอบM.Bอยู่ซะงั้น (พวกแกเป็นผู้ชายเหมือนกันนะเว้ย) ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่มักมาในปัญหาเหนือธรรมชาติ ภูตผี ปีศาส อสูร คุณไสย เวทยมนตร์ นั้นแหละตัวเขาละ

รายละเอียดในการว่าจ้าง

การทำพันธสัญญาของแต่ละคนจะต่างกันในแบบที่แต่ละคนยืนคำร้องไว้ เมื่อรับงานแล้วจะทำเพียงครึ่งเดียวไม่ได้ รับเงินไว้ต่างหาก เมื่อเสร็จงานแล้วหรือสิ้นสุดพันธสัญญาเราจะหม่รับรองความปลอดภัยของท่านเมื่อท่านนำชื่อชมรมของเราไปบอกคนนอกให้รู้ และหากบอก เราก็จะไม่รับรองลมหายใจของท่าน

                                                                                                                                                                                                                                                                    ( เจสเตอร์ ดอน)
                                                                                                                                                                                                                                                                   ประธานชมรมชิออน

มันก็คงฟังดูไมน่าสนใจอะนะ ถ้าชมรมนี้ไม่ได้เป็นชมรม “ชายล้วน” ที่มาโผล่อยู่ในโรงเรียนสตรีและเมื่อมีคนเปิดเข้าไปโดยไม่ทำตามรายละเอียดเวทย์มนตร์หลังประตูห้องดนตรีมันก็จะมีเพียงเครื่องดนตรีเก่าๆเท่านั้นเอง เอาใครอยากติดตามของเสียง (ของกำลังใจ) หน่อยเร็ววววว
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

เรามาดูกันต่อไปสิว่า นางเอกของเราจะเป็นยังไงต่อไป
**************************************************
ในขณะที่เด็กสาวกำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน ท้องฟ้าเริ่มเหลือแสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ คำพูดของเพื่อนสาวยังคงอยู่ในหัว

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าของเด็กสาวราวกับมันเพิ่มจำนวนเสียง...ไม่ใช่เสียงเธอเท่านั้น เด็กสาวเร่งฝีเท้าขึ้นเพียงแต่ว่าเสียงเท้านั้นกลับดังขึ้นมาเหมือนจงใจให้รู้ตัวว่า ‘มัน’ กำลังเดินตามเธอมา เด็กสาวเริ่มออกวิ่ง

โครม

ถังขยะลมลงตรงหน้าเจสส์ทำให้เธอรู้ตัวว่ามันอยู่ด้านหน้าเธอแล้ว เงาดำขยับเคลื่อนไหวเล็กน้อยในมุมอับแสง ก่อนที่เงาดำเริ่มสาวเท้าเข้ามาหาตัวของเธออย่างว่องไว เด็กสาวกลัวจนตัวสั่น เธอแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายเสียงด้วยซ้ำ หากแต่เธอทำไม่ได้เพราะไม่กล้าพอ

ฟืด ฟืด ฟืด

เสียงลมหายใจปีศาจกระทบต้นคอเด็กสาวทำเอาเธอขนลุกซู่ เสียงหัวใจของเด็กสาวเต้นระทึก ดังกึกก้องแทบจะออกมาเต้นเป็นจังหวะทุมบ้าอยู่นอกตัวของเธอ....

ฉัวะ!!!

เสียงของมีคมดังมาจากด้านหลัง เงาดำทมึนถอยห่างจากตัวของเธอก่อนจะเริ่มต่อสู้กับเงามืดอีกเงานึง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบเข้ากับอะไรบางอย่างสะท้อนเข้าตาของเด็กสาว เงาดำที่มีดวงตาสีแดงและฟ้าเริ่มปะทะกันอีกครั้งเด็กสาวถอยห่างจากที่ ที่นั่งอยู่มาซ่อนหลังถังขยะที่ล้มระเนระนาด แม้กลิ่นขยะจะส่งกลิ่นแรงชวนอ้วกแต่ตอนนี้เด็กสาวก็ไม่สนใจอีกต่อไป  เจสส์มองการห่ำหั่นของเงาทั้งสองอย่างดุเดิอด เงาที่มีดวงตาสีแดงเสียเปรียบเพราะโดนมีดคมที่สะท้อนแสงจันทร์ได้ของเงาตาสีฟ้าฟันเข้าที่ต้นแขนอย่างแรงจนมองเห็นกระดูกที่มีเนื้อหนังสีแดงและกล้ามเนื้อปกครุมอยู่ เด็กสาวแทบจะตะโกนเชียร์เสียง หากแต่ต้องอดใจไว้ไม่ให้ร้องเสียงดังไปเพราะกลัวว่าแทนที่จะต่อสู้กันเองจะทำให้หันมาทำร้ายเธอเสียก่อน เงาที่มีดวงตาสีแดงเริ่มล่าถอยเพราะบาดเจ็บหนักตรงช่วงแขน เงาดวงตาสีฟ้าส่งเสียงหอนดังลั่นเหมือนกำลังท้าทายเพียงแต่เงาดวงตาสีแดงกลับทำได้เพียงขู่คำรามเสียงเข้มก่อนจะหายไป เงาดวงตาสีฟ้าส่งเสียงคำรามก่อนจะกระโดดหายไปทางโรงเรียน เด็กสาววิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวก่อน!!!”
นี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่เนี้ย.....
เจสส์คิดในใจเพียงแต่เธอก็ยังคงวิ่งตามเงานั้นต่อไปเรื่อยๆแม้จะวิ่งไม่ทันก็ตาม

ขาขยับออกวิ่งทิ้งข้าวของ
ตาจับจ้องอัศวินถิ่นคนกล้า
ตรงไปตามทางโรงเรียนที่ตนเดินมา
มองดาดฟ้าที่เงาดำลับหายไป

เด็กสาวมองประตูโรงเรียนที่มีโซ่เส้นใหญ่ล็อคประตูเอาไว้ พระจันทร์ดวงโตใหญ่มโหฬารจนคนมองแทบจะนึกว่าสามารถเอื้อมมือไปหยิบมันลงมาจากท้องฟ้ายามราตรีได้ เด็กสาวยกมือเอื้อมไปคว้าขอบรั้วโรงเรียนไว้พร้อมกับมองเห็นด้านบนหอนาฬิกาโรงเรียนที่เตรียมตัวตีบอกเวลาสองทุ่มตรง เด็กสาวกระโดดเข้าไปในรั้วโรงเรียนที่ ณ เวลานี้ไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต เด็กสาววิ่งตามเงาสีดำที่มีดวงตราสีฟ้าสว่างไปยังชั้นสองของตัวอาคาร เด็กสาวตามเงาสีดำไปจนถึงบริเวณหน้าห้องเรียนเก่า “ห้องดนตรี” ป้ายสีฟ้าที่แขวนไว้หน้าห้องดูเก่าแก่จนเด็กสาวกลัว
“มันหายเข้าไปในห้องนี้” เด็กสาวพูดกับตัวเองเบาๆ   เจสส์มองประตูบานให้ที่อยู่ตรงหน้าของเธอ

        ใบปลิวนั้น......

เด็กสาวยกใบปลิวพิเศษนั้นขึ้นมามอง...ไร้สาระ เด็กสาวเปิดประตูพรวดเข้าไปด้านใน

“!!!!”

เด็กสาวตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า ห้องดนตรีเก่าที่มีขนาดเพียงเก็บของเท่านั้น ไม่น่าจะสามารถเอาตัวอะไรเข้าไปใส่ไว้ในนั้นได้เลยแม้แต่ตัวเดียว และเจ้าของเงาขนาดยักษ์นั้นก็ไม่น่าจะเข้าไปในนั้นได้แน่นอน

พรึบ!

เด็กสาวตกใจยกมือขึ้นปิดใบหน้า
“นั้นใครนะ!!” เสียงของครูเวรที่ต้องคอยเดินตรวจตราอาคารตะโกนก้องพร้อมกันสาดไฟฉายมาที่ใบหน้าของเจสส์ เด็กสาวยิ้มแหยๆก่อนจะโดนครูเวรหิ้วไปทิ้งที่หน้าโรงเรียนทั้งๆที่อีกเพียงเอื้อมมือเท่านั้น!!!

        เด็กสาวกลับมานั่งจุมปุ๊กอยู่ที่ห้องนอนตัวในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่อยู่ใกล้โรงเรียน เงานั้นมันคืออะไร ทำไมเงาทั้งสองต้องสู้กัน และทำไมเงานั้นถึงช่วยเธอ
คำถามมากมายได้บังเกิด
ความคิดเลยเถิดลื่นไถลเข้าในหัว
ทั้งความคิดทั้งความกลัวเริ่มตื่นตัว
ความคิดเห็นเพียงชั่ววูบเริ่มครอบงำ

เด็กสาวมองแผ่นใบปลิวที่เพื่อนสาวได้ให้เธอมาอย่างหวั่นๆ....ห้องดนตรีเก่าอาคาร 1 เด็กแทบจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆไม่ไหว.....
**************************************************
รอชมตอนต่อไปน้อ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ต่อเลยๆๆๆๆๆ

******************************************************

เสียงนกร้องยามเช้าปลุกเด็กสาวให้เด้งตัวลุกขึ้นจากฝันร้ายยามราตรี เด็กสาวแทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องเมื่อวานเป็นความจริง เธอนึกว่าเป็นความฝันเสียอีก!! เธอแต่งตัวอย่างล่องลอยจนสายโด่ง
“สายอีกแล้วนะยัยลูกคนนี้”  แม่ของเจสส์ยืนกอดอกมองลูกสาวออกวิ่งชิงแชมป์โอลิมปิกไปโรงเรียนเหมือนเช่นเคย ก่อนที่เธอจะเหลือบไปเห็นเงาสีดำที่กระโดดหลบเข้าไปในพุ่งไม้ก่อนจะหายไป
        เด็กสาววิ่งเข้าประตูโรงเรียนเหมือนครั้งที่แล้วๆมาเพียงแต่ครั้งนี้เธอกลับพลาดโดนอะไรบางอย่างเข้า เหล็กเส้นหนาประมาณหนึ่งโผล่พ้นดินออกมาบาดขาของเจสส์ลึกเป็นทางยาวเลือดสีแดงเข้มไหลทะลักจนนักเรียนและอาจารย์แถบนั้นตกใจวิ่งกันจ้าละหวั่น
“นั่งลงซะนางสาว มณิชา” ประธานนักเรียนสาวจับตัวเธอกดลงให้นั่งบนม้าหินอ่อนก่อนจะบรรจงใช้ลิ้นเลียนบริเวณบาดแผล
“น้ำลายของคนเรามีสารชนิดหนึ่งช่วยฆ่าเชื่อได้ และช่วยหยุดเลือดได้ซักแป๊บ (อ่านเจอในหนังสือเดินป่าแถวๆหน้ารักษาแผลงูกัด...เกี่ยวกันมั๊ยวะ?) เด็กสาวเจ็บแปล๊บบริเวณบาดแผลก่อนจะก้มลงไปมอง บริเวณแผลสะอาดไร้รอยคราบเลือด เธอตกใจก่อนจะหันไปมองประธานสาว ประธาน”ยูริน”อย่างตกใจ
“นี่รุ่นพี่..กะ..กินเลือดฉันเข้าไปเหรอ?” ประธานเงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆบนขำ
“จะบ้าเรอะคนนะไม่ใช่แวมไพร์จะได้ดื่มเลือดนะ แล้วยิ่งเลือดเธอถึงฉันเป็นแวมไพร์ฉันก็ไม่กินหรอกนะ” ประธานพูดเป็นเชิงแซวเล่นก่อนจะชูผ้าเช็ดหน้าที่เมื่อก่อนมันคงเป็นสีชมพูอ่อนหรือไม่ก็สีส้มอมแดงอ่อนละมั้ง แต่ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นสีแดงสดเหม็นคาวกลิ่นสนิมและเลือดคละคลุ้ง แต่สำหรับใครบางคนมันอาจจะเป็นกลิ่นที่หอมหวานชวนชิมก็เป็นได้
“อ้าวเหรอ?” เด็กสาวยิ้มก่อนจะเห็นยูรินชี้ปากกาไปที่นาฬิกาที่ข้อมือก็จำได้ว่าตัวเองควรต้องรีบเพื่อที่จะได้ไปเช็คชื่อในแถวให้ทัน เงาหลังพุ่งไม้ถอยหลบฉากไปพร้อมกับปาดน้ำลายที่อยู่มุมปาก เจสส์เคาะปากกาไปมาจนเกิดเสียง “ก๊อกๆ” ทำเอาอาจารย์คิ้วขมวดจนถึงตอนจบชั่วโมง
“เอาละใครเป็นคนทำเสียงแปลกๆในห้องเมื่อกี้” อาจารย์ถามพร้อมกับมองไปรอบๆห้องอย่างคาดโทษเนื่องมาจากนั่งฟังเสียงนั้นมากๆแล้วไมเกรนขึ้น
“.......” เจสส์ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างบวกกับความเจ็บที่ขายังไม่บรรเทาลงไปเลยเธอเลยไม่คิดแม้แต่จะสนใจการเรียนเลยแม้แต่น้อย
“มณิชา....มณิชา” เจ้าของชื่อยังคงนั่งเงียบกริบเพราะไม่ได้สนใจฟัง
“นางสาวมณิชา วัชราวร์ดี!!!” เสียงดังๆของอาจารย์ทำให้สติที่หลุดลอยออกนอกอ่าวไทยไปแล้วกลับมาอยู่ในตัวของเธอเหมือนเดิม
เจสส์ยิ้มแหยๆเมื่อสายตาของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆมองเธอเป็นเชิงขำเพราะเพียงคาบแรกก็โดนอาจารย์เฉดหัวส่งออกมายืนทำท่าอรหันต์หน้าชั้นเรียนเสียแล้ว เด็กสาวถอนหายใจเมื่อกลุ่มเพื่อนๆผ่านไปจนหมด

เอ....ว่าไปแล้ววันนี้...ยัยนั้นก็ไม่มาแหะ

เด็กสาวมองเข้าไปในห้องเรียนที่โต๊ะนั่งเรียนของเพื่อนสาวว่างเปล่า หายไปไหนกันนะ

        เด็กสาววิ่งเท้าเปล่าอยู่หลังโรงเรียนที่เงียบสงบ ร่างผมสีเงินสะบัดปลายผมที่เปื้อนเลือดเหยื่อเบาๆก่อนจะเดินตาม ‘เหยื่อ’ มันไป อีกเพียงเอื้อมมือเด็กสาวจะไปถึงทางที่ผู้คนเดินพลุกพล่านแล้ว...อีกเพียงนิด....

เหยื่อสาววิ่งหัวใจสั่นระรัว
ทั้งตื่นกลัวทั้งหวาดหวั่นและหวั่นไหว
ชีวิตนี้ต้องดิ้นรนจนสุดใจ
วิ่งต่อไปแม้ไม่รู้ซึ่งชะตา

อีกเพียงเอื้อมมือแสงสว่างจะสาดโดนปลายนิ้วของเด็กสาว เพียงแต่ทว่า.....

ฉัวะ!!!

หน้าของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายขาวซีด ก้อนเนื้อสีแดงเต้นตุบๆบนกำมือของร่างผมสีเงินด้านหลัง ร่างนั้นยิ้มแสยะมองเห็นเขี้ยวขาวแวววาวที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ร่างของเหยื่อทรุดลงกับพื้นด้วยคำพูดสุดท้าย
“เป็น...ได้...ทะ...ทำไม....ถึงเป็นยะ....เฮือก!” เด็กสาวไม่สามารถพูดต่อได้อีกและล้มลง ร่างนั้นหายไปในเงามืด แต่ทว่า!!! เด็กสาวยังมีลมหายใจ เธอยังไม่ได้ตายในทันที ราวกับว่ามีบางอย่างกำลังช่วยเธอเอาไว้ เด็กสาวไม่สามารถเปล่งเสยงได้ เธอหยิบมือถือขึ้นมาแต่ก็พูดไม่ได้..เหลือเพียงวิธีการทำ....Dying message

8oihkp8nv p^ibo

มือถือเครื่องสีขาวรุ่นแบบพิมพ์เดียวกับคอมพิวเตอร์ตกลงกับพื้นก่อนข้อความจะถูกส่งไปยังมือถือของใครบางคน...และคนคนนั้นคือ...เพื่อนร่วมชะตากรรมคนสุดท้าย.....เจสส์

***************************************************

เอาละสิ ที่ส่งมาทันคืออะไรละเนี้ย เสียดายจังไดซ์ตายซะแล้ว
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

8oihkp8nv p^ibo  = คนร้ายคือยูริน
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ต่อเลยๆๆๆๆๆๆๆๆ

*******************************

เจสส์กดรับโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงร้องแจ้วๆอยู่ในกระเป๋ากางเกง เด็กสาววิ่งเหยาะๆบนลู่วิ่งที่สนามกีฬาพลางอ่านข้อความจากมือถือเครื่องสีดำ

8oihkp8nv p^ibo  

"ยัยไดซ์มันส่งอะไรมาเนี้ย" เด็กสาวพูดพึมพำก่อนจะออกวิ่งต่อ

            เมื่อเด็กสาวเดินขึ้นห้องในสภาพเหงื่อโทรมกายในยามเย็น ทางเดินบนตัวระเบียงอาคารเรียนเงียบสงัด พื้นเย็นเฉียบบอกว่าอากาศตอนเย็นเริ่มลดอุณหภูมิลงไปตามเวลา  เด็กสาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องช้าๆอย่างไม่รีบร้อนเพราะตอนนี้มันเป็นเวลาที่ประตูใกล้จะปิดแล้ว แต่ถึงปิดยังไงเธอก็สามารถกระโดดออกได้อยู่ดี
"ขอเวลาฉันซักเดี๋ยวสิ"
เสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้น
"อ้าวคุณประธาน"
เด็กสาวกล่าวก่อนจะใส่เสื้อให้บังบราสีดำของเธอ ยูรินมองหน้าท้องขาวเนียนของเด็กสาวแล้วแอบเลียริมฝีปาก
"มีอะไรค่ะ"
เด็กสาวเดินเข้าไปหา แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าระยะประชิดตัว

ฉัวะ!!!

โหนกแก้มของเด็กสาวมีของเหลวสีแดงไหลเยิ้มออกมา
"อะไรนะ!!!" เด็กสาวหวีดร้อง
"ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็จบ!" ดวงตาของยูรินเรืองแสงแววโรตก่อนสีผมจะกลายเป็นสีเงินพริ้วไปกับสายลม เด็กสาวเอามือทาบแก้มพร้อมกับวิ่งหนี ยูรินทำตัวเป็นปรกติเพราะเธอชอบทรมานเหยื่อก่อนจะฆ่าให้ตาย

                 เจสส์วิ่งตรงไปตามช่วงตึกอาคาร แย่ละยูรินเลื่อนม่านเหล็กลงมาปิดไว้เสียแล้ว เด็กสาวคิดก่อนจะวิ่งไปตามทาง

ใบปลิวนั้น

เด็กสาวนึกคิดก่อนจะวิ่งตรงไปยังห้องดนตรีเก่า เธอเคาะประตูสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไป
"บ้าน่า!!!" เด็กสาวกลับออกมาเพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้น....ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงรองเท้าเดินใกล้เข้ามา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก (เสียงเคาะประตู)

เด็กสาวเปิดเข้าไปก็ยังว่างเปล่า เธอแทบจะร้องไห้ออกมาเสียด้วยซ้ำในเวลานี้ ก๊อก ก๊อก เสียงรองเท้าใกล้เข้ามากว่าเดิม เด็กสาวอยากจะหวีดร้องเธอทรุดตัวลงหน้าประตูพร้อมกับ...

"เจอตัวแล้ว...เฮ้ย!"

พรึบ!!!

**************************

เกิดอะไรขึ้นละทีนี้ มาติดตามชมกันต่อไป
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

เมื่อความชั่วร้ายเริ่มใกล้ชิด
ความมืดมิดกลางทางเริ่มจมหาย
ความสว่างของปลายทางเริ่มเบิกกลาย
อัศวินดึงเด็กสาวหนีคนร้ายในวินาที


แสงไฟสว่างโล่ทำเอาเด็กสาวตาพร่าแทบจะมองไม่เห็นสิ่งตรงหน้า เงาคนสองเงาดูเลือนรางแต่ในวินาทีต่อมามันกลับเด่นชัด เงาของคนสองคนกลายเป็นเงาที่ชัดเจน ผมสีทองอมส้มคล้ายกันจนแยกไม่ออก หน้าตาของเจ้าของเงาเหมือนกันราวกับส่องกระจกเงาบานโต เด็กสาวขยี้ตาแรงๆเพื่อให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น

“ไม่ต้องขยี้ตาหรอกเจ้าหญิง.....”
“......เราสองคนไม่ใช่ภาพลวงตาหรอก”

เด็กสาวสะดุ้งพรวดลุกขึ้นนั่งหัวชนกับคางสองแฝดหัวสีจนทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง

“ทะ...ทะ...ที่นี่ที่ไหนนะ!!!!” คำพูดยอดฮิตประจำตัวนางเอกหลุดจากปากสาวนักบู๊อย่างรวดเร็ว ห้องหรูหราสไตลยุโรปโบราณถูกประดับด้วยไฟสีสว่างดูนวลตา ดอกไม้สีสดส่งกลิ่นหอม และชายหนุ่มจำนวนหกคนยืนมองเธออยู่ในกิริยาที่ต่างกันออกไป เหล่าหนุ่มหล่อหกคนเดินเข้ามารวมตัวกันที่หน้าโซฟาที่เธอนั่งอยู่

“ยินดีต้อนรับเจ้าหญิง...ที่นี่คือชมรม ’ชิออน’ ผมชื่อเจสเตอร์ ยินดีที่ได้ร่วมงาน” เจสส์ทำหน้างง

“ร่วมงาน ฉันกับนายเนี้ยนะ” เด็กสาวทำหน้างง

“เอ้า..ก็คุณสามารถเข้ามาในชมรมได้ก็เพราะคุณทำพันธะสัญญาผ่านประตูมาได้นิครับ...เอ๊ะ....หรือว่า” เจสเตอร์ทำท่าเอ๊ะใจก่อนจะตกโกนเสียงดังจนเหล่าสมาชิกปิดหู

“ M.B!!!!!!!!!!”  

เสียงของหล่นจากที่สูงดังโครมครามได้บ่งบอกว่าเจ้าของชื่อ M.B ได้ตื่นนอนเต็มตา ฝุ่นตลบอบอวลซ่อนผู้มาใหม่เอาไว้อย่างมิดชิด

“ว่ายังไง”

เสียงอารมณ์เสียงของนุ่มทุ้มทำเอาเจสส์ถึงกับเปิดตากว่าแล้วมองไปยังโซฟาที่ตนเอานั่งเมื่อซักครู่ บนโซฟาสีเลือดปรากฏร่างกำยำสูงโปร่งของชายหนุ่มนามว่า M.B นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา เด็กสาวหน้าแดงทันทีเมื่อหนุ่มหล่อคนที่เจ็ดเผยโฉม ดวงตาสีฟ้ามองหน้าเธอ เส้นผมสีดำอมแดงแลดูนิ้มน่าสัมผัส เสื้อยืดคอกลมสีขาวขนาดตัวเล็กทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เหมือนได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่เกิด เวลายิ้มหรือเอ่ยวาจาทำให้มองเห็นเขี้ยวเล็กๆแวววาวในช่องปาก เด็กสาวเหมือนต้องมนต์สะกด

คนอะไรหล่อชะมัด......

“มองบ้าอะไรของเธอ” M.B โวยวายก่อนจะเดินไปหาเจสเตอร์ที่กำลังทำท่าเดือดปุดๆเหมือนดาต้นน้ำ

“นายทำบ้าอะไร จำไม่ได้เหรอ? ว่าคนที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือเราได้มีแต่ต้องทำพันธะสัญญาผ่านประตูมาก่อนเท่านั้น ไม่งั้นไม่ช่วย”

เจสเตอร์ตวาดลั่นทำเอาเด็กสาวตกใจ

“ขะ...ขะ..ขอโทษนะค่ะ อะไรคือ สัญญาผ่านประตู”

“อ๋อ....” เจสเตอร์ทำท่าจำได้ว่ามีเธออยู่ตรงนี้
“พันธะสัญญาผ่านประตู คือสัญญาที่จะต้องทำก่อนถึงจะเปิดมาเจอชมรมของเรา เธอก็เคยสินะ เปิดเข้ามาโดยทำพันธะสัญญาไม่เสร็จสมบูรณ์นะ แค่เคาะประตูสามครั้งไม่ได้หรอกนะ แล้วนายเองก็เลิกซักทีเถอะ การทำอะไรบ้าๆแบบนี้”  เจสเตอร์หันมามองหน้าของM.Bแล้วใช้ปลายนิ้วชี้ขยับแว่น

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง” M.B นั่งลงกับพื้นเย็นๆที่มีพรมสีแดงปูรองเอาๆไว้ เจสเตอร์เอียงคอมอง เขาแปลกไปจากทุกวัน M.B ไม่ชอบผู้หญิง เขาบอกว่ากลิ่นตัวเจ้าหล่อนมันแรง แต่วันที่เขาเห็นM.Bเจ้ากับนายหญิง (เจสส์) ครั้งแรกเขากลับเห็นM.Bนั่งกอดเธออยู่ตรงหน้าประตูห้องชมรมพร้อมกัยใบหน้าที่ราวกับมีความสุข ราวกับกำลังโหยหา

“นายต้องรับผิดชอบนายหญิงคนนี้เอง เข้าใจมั๊ย?  เตรียมบอกเหตุการณ์และเตรียมทำพันธะสัญญา” สิ้นเสียงหัวหน้าชมรม สมาชิกทั้งชมรมก็พากันมารวมตัวที่โต๊ะใหญ่

        โต๊ะที่ทำจากไม้สักทองดูหรูหราเกินกว่าที่เด็กนักเรียนอย่างพวกเขาจะซื้อได้ ชาร้อนแบบญี่ปุ่นส่งกลิ่นหอมผสมกับขนมดอกซากุระญี่ปุ่นที่อยู่ในปากขอเด็กสาวชวนให้จิตใจที่กังวสงบนิ่ง

เมื่อผู้ว่าจ้างเตรียมขับขานพันธะสัญญา
ชมรมชิออนนั้นหนาเตรียมรับฟัง
แสงจันทร์กระจ่างฟ้า
เตรียมตัวทำพันธะสัญญากับชิออน

****************************

เอาละสิไหงM.Bสุดที่รักของกระผมถึงโดนโยนอุนจิไปกองสุมหัวอยู่คนเดียว แล้วทำไมตอนM.Bเจอกับเจสส์ครั้งแรกเขาถึงยอมฝ่าฝืนกฏการทำพันธะสัญญาผ่านประตูแล้วดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ทั้งๆที่เขาเคยเอ่ยวาจาว่าตนเองไม่ชอบกลิ่นกายของหญิงสาวไม่ว่าจะอ่อนหรือแก่ ติดตามตอนต่อไป
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

วันนี้เราจะมาลงเรื่องพันธะสัญญาของชมรมชิออน ชมรมสารพัดรับจ้างครับ ><

พันธะสัญญาผ่านประตู

เป็นพันธะสัญญาเวทย์มนต์ที่ไมน่นอเป็นคนสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนที่หวังเข้ามาเล่นๆในชมรมโดยต้องมีการเคาะประตูสามครั้งก่อนจะพูดคีย์เวิร์ด (ซึ้งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยเพราะคนแต่งมันไม่ยอมบอก)  หากทำตามเงื่อนไขสัญญาครบแล้วเมื่อเปิดประตูเข้ามาแทนที่จะมองเห็นเป็นห้องดนตรีเก่าๆมีฝุ่นเปื้อนเต็มไปหมดก็จะเห็นชมรมหรูหราที่ตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมด้วยคนหล่อทั้ง 7 คน (ซึ่งอาจจะหายไปซักสองคนเพราะเอ็มบีกับไมน่อนอยู่ไม่ค่อยติดชมรมเท่าไร)

พันธะสัญญาว่าจ้าง & พันธะสัญญารับงาน

เมื่อบอกรู้งานหรือเกี่ยวกับคดีเสร็จแล้ว เจสเตอร์จะเป็นคนบอกว่าใครจะทำงานนี้เองเพราะแต่ละคนจะไม่มีความสามารถเหมือนกัน  หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับมอบหมายงานว่าจะทำการเซ็นสัญญาหรือกระทำอย่างอื่น เหมือนกับที่เอ็มบีทำไปเมื่อตอนที่แล้ว การทำพันธะสัญญาจะต่างกันออกไป

พันธะสัญญาปกปิด

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ เจสเตอร์ จะเป็นคนลบความทรงจำออกและย้อนเวลากลับไปเริ่มตอนเช้าใหม่ แต่การกระทำนั้นจะยังคงอยู่ หากฆ่าไปแล้วเวลายิ้นกลับคนที่ตายก็ยังจะตายอยู่เหมือนเดิม และหากเกิดจำขึ้นได้ก็ห้ามบอกเรื่องชื่อชมรมเป็นอันขาด มิฉะนั้น พวกเราจะไม่รับรองความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

พันธะสัญญาจ้างงาน

พันธะสัญญาจ้างงานจะเกิดขึ้นระหว่างเจสเตอร์และคนอื่นๆเท่านั้น ทุกๆครบสองภารกิจ เจสเตอร์จะต้องภาคนทั้งชมรมไปพักร้อนตามที่ๆขอร้องมาเพื่อเป็นการต่อสัญญา  ห้ามเรียกใช้งานตอนช่วงเช้าจนถึงเวลาบ่ายสาม เพราะทุกคนในชมรมตอนเช้าก็ใช้ชีวิตปรกติเหมือนคนทั่วไป

พันธะสัญญารับมนุษย์หรืออมนุษย์เข้าทำงาน

ขึ้นอยู่กับกรณีทีคนทั้งชมรมอนุมัติให้เข้าได้ ต้องไม่ใช่ความเห็นจากใครเพียงคนเดียว แต่ต้องทุกคนในชมรมเท่านั้น


เอาละเข้าสู่เนื้อเรื่องกันดีกว่า

*************************************

เมื่อความชั่วร้ายเริ่มใกล้ชิด
ความมืดมิดกลางทางเริ่มจมหาย
ความสว่างของปลายทางเริ่มเบิกกลาย
อัศวินดึงเด็กสาวหนีคนร้ายในวินาที


แสงไฟสว่างโล่ทำเอาเด็กสาวตาพร่าแทบจะมองไม่เห็นสิ่งตรงหน้า เงาคนสองเงาดูเลือนรางแต่ในวินาทีต่อมามันกลับเด่นชัด เงาของคนสองคนกลายเป็นเงาที่ชัดเจน ผมสีทองอมส้มคล้ายกันจนแยกไม่ออก หน้าตาของเจ้าของเงาเหมือนกันราวกับส่องกระจกเงาบานโต เด็กสาวขยี้ตาแรงๆเพื่อให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น

“ไม่ต้องขยี้ตาหรอกเจ้าหญิง.....”
“......เราสองคนไม่ใช่ภาพลวงตาหรอก”

เด็กสาวสะดุ้งพรวดลุกขึ้นนั่งหัวชนกับคางสองแฝดหัวสีจนทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง

“ทะ...ทะ...ที่นี่ที่ไหนนะ!!!!” คำพูดยอดฮิตประจำตัวนางเอกหลุดจากปากสาวนักบู๊อย่างรวดเร็ว ห้องหรูหราสไตลยุโรปโบราณถูกประดับด้วยไฟสีสว่างดูนวลตา ดอกไม้สีสดส่งกลิ่นหอม และชายหนุ่มจำนวนหกคนยืนมองเธออยู่ในกิริยาที่ต่างกันออกไป เหล่าหนุ่มหล่อหกคนเดินเข้ามารวมตัวกันที่หน้าโซฟาที่เธอนั่งอยู่

“ยินดีต้อนรับเจ้าหญิง...ที่นี่คือชมรม ’ชิออน’ ผมชื่อเจสเตอร์ ยินดีที่ได้ร่วมงาน” เจสส์ทำหน้างง

“ร่วมงาน ฉันกับนายเนี้ยนะ” เด็กสาวทำหน้างง

“เอ้า..ก็คุณสามารถเข้ามาในชมรมได้ก็เพราะคุณทำพันธะสัญญาผ่านประตูมาได้นิครับ...เอ๊ะ....หรือว่า” เจสเตอร์ทำท่าเอ๊ะใจก่อนจะตกโกนเสียงดังจนเหล่าสมาชิกปิดหู

“ M.B!!!!!!!!!!”  

เสียงของหล่นจากที่สูงดังโครมครามได้บ่งบอกว่าเจ้าของชื่อ M.B ได้ตื่นนอนเต็มตา ฝุ่นตลบอบอวลซ่อนผู้มาใหม่เอาไว้อย่างมิดชิด

“ว่ายังไง”

เสียงอารมณ์เสียงของนุ่มทุ้มทำเอาเจสส์ถึงกับเปิดตากว่าแล้วมองไปยังโซฟาที่ตนเอานั่งเมื่อซักครู่ บนโซฟาสีเลือดปรากฏร่างกำยำสูงโปร่งของชายหนุ่มนามว่า M.B นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา เด็กสาวหน้าแดงทันทีเมื่อหนุ่มหล่อคนที่เจ็ดเผยโฉม ดวงตาสีฟ้ามองหน้าเธอ เส้นผมสีดำอมแดงแลดูนิ้มน่าสัมผัส เสื้อยืดคอกลมสีขาวขนาดตัวเล็กทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เหมือนได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่เกิด เวลายิ้มหรือเอ่ยวาจาทำให้มองเห็นเขี้ยวเล็กๆแวววาวในช่องปาก เด็กสาวเหมือนต้องมนต์สะกด

คนอะไรหล่อชะมัด......

“มองบ้าอะไรของเธอ” M.B โวยวายก่อนจะเดินไปหาเจสเตอร์ที่กำลังทำท่าเดือดปุดๆเหมือนดาต้นน้ำ

“นายทำบ้าอะไร จำไม่ได้เหรอ? ว่าคนที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือเราได้มีแต่ต้องทำพันธะสัญญาผ่านประตูมาก่อนเท่านั้น ไม่งั้นไม่ช่วย”

เจสเตอร์ตวาดลั่นทำเอาเด็กสาวตกใจ

“ขะ...ขะ..ขอโทษนะค่ะ อะไรคือ สัญญาผ่านประตู”

“อ๋อ....” เจสเตอร์ทำท่าจำได้ว่ามีเธออยู่ตรงนี้
“พันธะสัญญาผ่านประตู คือสัญญาที่จะต้องทำก่อนถึงจะเปิดมาเจอชมรมของเรา เธอก็เคยสินะ เปิดเข้ามาโดยทำพันธะสัญญาไม่เสร็จสมบูรณ์นะ แค่เคาะประตูสามครั้งไม่ได้หรอกนะ แล้วนายเองก็เลิกซักทีเถอะ การทำอะไรบ้าๆแบบนี้”  เจสเตอร์หันมามองหน้าของM.Bแล้วใช้ปลายนิ้วชี้ขยับแว่น

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง” M.B นั่งลงกับพื้นเย็นๆที่มีพรมสีแดงปูรองเอาๆไว้ เจสเตอร์เอียงคอมอง เขาแปลกไปจากทุกวัน M.B ไม่ชอบผู้หญิง เขาบอกว่ากลิ่นตัวเจ้าหล่อนมันแรง แต่วันที่เขาเห็นM.Bเจ้ากับนายหญิง (เจสส์) ครั้งแรกเขากลับเห็นM.Bนั่งกอดเธออยู่ตรงหน้าประตูห้องชมรมพร้อมกัยใบหน้าที่ราวกับมีความสุข ราวกับกำลังโหยหา

“นายต้องรับผิดชอบนายหญิงคนนี้เอง เข้าใจมั๊ย?  เตรียมบอกเหตุการณ์และเตรียมทำพันธะสัญญา” สิ้นเสียงหัวหน้าชมรม สมาชิกทั้งชมรมก็พากันมารวมตัวที่โต๊ะใหญ่

        โต๊ะที่ทำจากไม้สักทองดูหรูหราเกินกว่าที่เด็กนักเรียนอย่างพวกเขาจะซื้อได้ ชาร้อนแบบญี่ปุ่นส่งกลิ่นหอมผสมกับขนมดอกซากุระญี่ปุ่นที่อยู่ในปากขอเด็กสาวชวนให้จิตใจที่กังวลสงบนิ่ง

เมื่อผู้ว่าจ้างเตรียมขับขานพันธะสัญญา
ชมรมชิออนนั้นหนาเตรียมรับฟัง
แสงจันทร์กระจ่างฟ้า
เตรียมตัวทำพันธะสัญญากับชิออน


ตอนต่อ

“คุณหลบหนีอะไรมาเหรอครับ? นายหญิง”  เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนเจสเตอร์ต้องเข้ามาเป็นคนสอบถามเกี่ยวกับภารกิจเองเพราะทั้งสองคนเอาแต่จ้องหน้ากันราวกับสามารถเทเลพาทีได้เสียอย่างนั้น

“ประธานโรงเรียน  เอ๊ย!!  ไม่ใช่สิ คือ...คือ...เรียกยังไงดีละเนี้ย” เด็กสาวทำท่าลอกแลก
“คือ คนที่ฉันหนีมาคือประธานโรงเรียนฉันเอง เธอชื่อยูริน เธอจะฆ่าฉัน”  เมื่อไม่ได้ใจความเจสเตอร์เลยต้องหันหน้าไปถามกับM.Bแทน

“แวมไพร์นะ” M.Bตอบพลางยกแก้วน้ำสีแดงที่มีกลิ่นคาวคละคลุ้งขึ้นจิบพร้อมกับเลียรอบปาก

“ไม่ผิดแน่นะ” เจสเตอร์ตรวจสอบเพื่อนจอมขี้เกียจ M.Bเบ้ปากพร้อมกับเริ่มอธิบาย

“กลิ่นฉุนๆของไอ้พวกนั้นฉันไม่มีทางลืมหรอกน่า แล้วยังเป็นไอ้ตัวที่หมอนั้นไปสู้มาซะด้วย ผมสีเงิน มีเขี้ยว สลักสังกัดหน่อยไว้ตรงหลังคอ ไม่มีใครทำแบบนั้นหรอกนอกจากพวกมัน  ไม่ผิดแน่” เอ็มบีพูดพร้อมกับมองหน้าเจสเตอร์แบบรำคาญๆ

“สังกัด?” เจสส์เอียงคอมอง

“ครับนายหญิง....งั้นก่อนที่เราจะมาตกลงสัญญา นายหญิงควรเรียนรู้ศัตรูก่อน ว่าแต่นายหญิงรู้อะไรเกี่ยวกับแวมไพร์บ้างครับ” เจสเตอร์เริ่มทำหน้าที่หัวหน้างานที่ดี

“ก็....กินเลือด โดนแดดไม่ได้ กลัวไม้กางเขนแล้วก็.....กลัวกระเทียม”  เด็กสาวพูดอย่างติดขัดเพราะตนเองก็ไม่ได้เชื่อเรื่องพันอย่างงี้อยู่แล้วเสียด้วย

“ถูกในบางส่วน ในอดีตกาลแวมไพร์อาจเคยเป็นอย่างที่ว่ามั้งครับ เพราะแม้พวกเราก็เกิดไม่ทันเหมือนกัน  แต่ที่เรารู้มาก็คือ พวกเขาดื่มเลือดเหมือนหมอนั้น” เจสเตอร์ชี้ไปที่เอ็มบีที่กำลังซดน้ำสีแดงกลิ่นคาวอักๆ
“แต่พวกเขาไม่กลัวแดดหรือแสงแดดจะทำให้พวกเขาไหม้มอดไปได้ พวกเขาเป็นสัตว์หากินกลางคืนเลยแสบตาก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องกลัวไม้กางเขนนั้นก็ไม่จริงครับ เพราะไม้กางเขนส่วนใหญ่ตามโบสถ์มักจะทำมาจากของจำพวกแร่เงินเสียมากกว่าพวกเขาเลยกลัว ส่วนเรื่องกลัวกลิ่นกระเทียมก็ไม่จริงครับ เพราะปัจจุบันที่พวกเราเห็นกันพวกเขาแทบจะชอบกินกระเทียมเสียด้วยซ้ำ ปัจจุบันนี้พวกแวมไพร์มักจะสักสังกัดไว้ที่ต้นคอครับ เพื่อที่จะไม่ให้ข้ามถิ่นกัน ส่วนสังกัดที่อยู่หลังมือคุณคือสังกัด  Alone พวกเขาอยู่แบบปรีกวิเวกมานานพอสมควรแล้วละครับ แต่จะกลับมารวมตัวนานๆครั้งเมื่อมีพิธีกรรมต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นบูชายันต์ แล้วพวกเขาก็มักจะสักสังกัดไว้ที่ส่วนต่างๆของเหยื่อ ไมน่อนเร็วๆนี้กำลังจะมีพิธีกรรมอะไรรึเปล่า” เจสเตอร์ร่ายเหยียดยาวก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนในชมรม

“มีสิ.....” เสียงหวานปนแหบดูเซ็กซี่ของใครบางคนดังขึ้น  

“พิธี 12 จันทราไงละเจสเตอร์” ไมน่อนตอบก่อนจะหันไปมองเอ็มบีต่อ

“พิธี 12 จันทรา.....คืออะไรงะ” เจสเตอร์หลุดฟร์อมผู้รอบรู้ไปอย่างสิ้นเชียงจนแฝดนรกหัวสีแอบหัวเราะเบาๆ ไมน่อนเลิกมองหน้าเอ็มบีก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือเล่มใหญ่ขนาดถ้าเผลอทำหล่นใส่นิ้วเท้าคงได้เข้าโรงพยาบาลไปเลยก็เป็นได้ออกมาและเปิดไปตามหน้าต่างๆ ไมน่นอหยิบโบชัวร์ของสังกัด Alone ออกมาส่งให้

        ‘พิธี 12 จันทรา จะจัดขึ้นในวันที่ 12 เดือน 12 ปี 13 อีกครั้งเพื่อทำการบูชายันต์ต่อชีวิตพวกเรา ขอเชิญแวมไพร์ทั้งในสังกัดและนอกสังกัดเข้าร่วมพิธี ณ Duilbine Blood Color ’
“พิธี 12 จันทรา เป็นพิธีที่จะต่ออายุของเหล่าแวมไพร์โดยการทำพิธีบูชายันต์ด้วยหัวใจของเด็กสาวบริสุทธิ์ 12 คน จากนั้นให้น้ำต้มหัวใจอาบแสงจันทร์แล้วก็ดื่มมัน พวกแวมไพร์ใช้วิธีนี้แหละถึงอยู่ได้นานเป็นอสงไขยปียังไงละ และพวกแวมไพร์ก็ทำอย่างงี้มาตั้นานแล้วด้วย ปีที่แล้วฉันก็ไป หึ หึ หึ หึ” ไมน่อนหัวเราะก่อนจะวางหนังสือลงและเก็บโบชัวร์คืน

“ไมค์ นายไปได้โบชัวร์นี่มายังไง” เจสเตอร์เอ่ยชื่อเล่นที่ย่อชื่อไมน่อนลงมาเบาๆ

“นายลืมไปแล้วเหรอ? ว่าฉันนะเข้าออกได้ทุกสังกัด ได้ทุกเผ่าพันธุ์”

“ยกเว้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่นายกำลังเป็นอยู่” แฝดนรกเอ่ยพร้อมกันก่อนจะดิ้นเร้าๆเพราะโดนเข็มอาคมปักบนตุ๊กตาตัวตายตัวแทน ไมน่อนกลับไปนั่งจ้องเอ็มบีต่อ และเจสเตอร์หันกลับมาคุยต่อ

“เรื่องค่าจ้าง ก็ต้องแล้วแต่เอ็มบี เพราะงานนี้นายลุยเดี่ยว ขอให้โชคดี ทำพันธะสัญญาว่าจ้างได้” เอ็มบีที่นั่งอยู่สุดโต๊ะเดินมาหาเจสส์ที่อีกฝั่งของโต๊ะก่อนจะดึงเจสส์เข้าไปจูบอย่างรวดเร็ว!!!

“OxO!!!!” เจสส์โดนเอ็มบีกัดปลายลิ้นจนเลือดออกแต่เธอกลัวรู้สึกเหมือนโดนดูดเลือดออกไป

“อืม.....” เอ็มบีเลียรอบๆปาก
“กรุ๊ป B พวกบ้าพลังแต่ทึ่มนี่เอง มิน่าถึงเข้าไปยุ่งกับเรื่องบ้าๆได้อย่างไม่รู้ตัวเลย งี่เง่าเหมือนยัยนั้นจริงๆ” เอ็มบีพูดกับตัวเองก่อนจะเดินไปที่ประตู

“นาย!!!!.....”  เจสส์ตกใจจนหวีดร้องเมื่อได้สติ

“พันธะสัญญาเสร็จสิ้น วันนี้วันที่ 12 เดือนน 12 ปี 13 พวกมันคงต้องการที่จะได้หัวใจของนายหญิงก่อนเที่ยงคืน พ้นเที่ยงคืนไป นายหญิงก็รอดแล้วละมั้ง”  

เจสส์ยิ้มอย่างโล่งใจ แต่ลืมไปว่า...เวลา ณ ตอนนี้มันเพิ่งจะ หนึ่งทุ่มครึ่งเท่านั้น กลางคืนยังอีกยาวไกล นอกจากหลบหนีให้พ้นเที่ยงคืนแล้วก็มีแต่ต้องกำจัดสังกัดนี้เท่านั้นเอง....

“ไปได้แล้วใบ...เอ๊ย ไม่ใช่สิ ไปได้แล้ว นายหญิง ได้เวลาเปิดศึกแล้ว” เอ็มบีพูดแล้วยิ้มเย็นๆก่อนจะกำสร้อยคอที่มีแหวนห้อยอยู่ของเขาแน่นราวกับกำลังสวดภวนาให้คนที่เขากำลัวคิดถึงส่งใจมาเป็นกำลังให้เขารอดพ้นคืนนี้ไปด้วยดี

“อย่าบอกนะว่านาย....” เจสเตอร์อึ้ง นี่เขาจะทำจริงๆนะเหรอ?  
“สังกัด Alone มีจำนวนคนทั้งหมด 50 คน แต่ละคน Level   2 in  30 มันคงจิ๊บๆสำหรับนาย”

“trouble luck Boy”

คนทั้งชมรมพูดพร้อมกันราวอวยพรให้มันตรงข้ามกับสิ่งที่พวกเขาพูด

ศึกครั้งใหญ่กำลังจะกำเนิด
จงเอ่ยเถิดมอญร้องไห้*แก่คนรัก
เพราะเหล่าสัตว์กลางคืนจะประจักร
ความตายแล...นักฆ่า...กำลังไปหาเอย


(*มอญร้องไห้ หมายถึงเพลงงานศพประเภทหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนในประเทศไทยจะมีการจ้างคนมอญมาร้องไห้ในงานศพเพราะคนมอญร้องไห้เก่ง)

หน้าตึก  Duilbine Blood Color เวลา 2 ทุ่ม 45 นาที

ร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าตึกเจ้าปัญหา ลักษณ์ของตึกเป็นรูปไม้กางเขนตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตึกสูงระฟ้ามีเมฆหมอกสีดำส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ไอเย็นแผ่ออกมาจากช่องระบายอากาศขนาดใหญ่มโหฬารที่มีน้ำแข็งค้างอยู่ตรงช่องลมเล็กน้อยบ่งบอกให้รู้ว่าภายในตัวอาคารใช้แอร์อยู่ตลอดเวลาและเร่งอุณหภูมิขึ้นตลอดเวลาเสียด้วย เด็กสาวเอามือลูบต้นแขนเบาๆเพราะอากาศเย็น เอ็มบีเหลือบตาไปมองก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำโยนให้

“ทำไม.....” เจสส์เงยหน้าไปมองคนตรงหน้า

“ไม่มีอะไร....เธอแค่เหมือนใครบางคนเท่านั้นเอง”  เอ็มบียิ้มแล้วเอามือจับสร้อยรูปแหวนของเขาก่อนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น มือกุมที่หัวทำท่าทางราวกับสมองจะระเบิดก่อนที่เขาจะสงบนิ่งไป

“กะ...เกิดอะรขึ้น”  เด็กสาวพูดเบาๆแล้วแตะที่หลังของเขา

“who are you?” (ใครนะ?)
  จู่ๆสำเนียงภาษาอังกฤษแท้ก็โผลงออกมาจากปากของคนที่หน้าตาดูเหมือนจะไร้การศึกษายังไงชอบกลแต่กลับพูดภาษาอังกฤษได้สะงั้น

“หา!” สาวน้อยผู้ได้เกรด 2.5 วิชาภาษาอังกฤษถึงกับเหวอรับประทาน

“Or! My employer.  Come here ”  (โอ้! ผู้ว่าจ้างของฉันนี่เอง ตามมาสิ)  เอ็มบีจับมือของเด็กสาวแล้วลากเข้าไปในตึก

“เดี๋ยวๆๆๆ นายจะทำอะไรนะM.B” เด็กสาวฉุดแขนขืนตัวไว้

“ No no my  love  I’m  ‘Bess’  your understand?”  (ไม่  ไม่  ที่รัก ฉันคือ B-lass คุณเข้าใจมั๊ย?)   เจสส์ถึงกับอึ้งกิมกี่เลยทีเดียว เธอฟังเข้าใจราวกับเขากำลังพูดภาษาไทยอยู่

“this @#$  ผลต่อเนื่องจากการทำพันธะสัญญานะ เธอเลยเข้าใจภาษาที่ฉันพูด ขอแนะนำตัวอีกที ฉันชื่อ บีซร์ เป็นอีกตัวตนหนึ่งของเอ็มบี ยินดีที่ได้รู้จัก...เฮ้ย แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำความรู้จักกันนะ นี่มันเวลาฆ่าให้เหี่ยนต่างหาก” ภาษาอังกฤษทำเอาเด็กสาวเสียวสันหลัง

        ร่างสูงและเด็กสาวเดินเข้าไปด้านในตัวอาคาร พนักงานต้อนรับในชุดสูทสีแดงที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงเค้า
เตอร์บริการหยุดชะงักการอ่านหนังสือไปในทันที
กลิ่นอะไร...ทำไมมันสาปรุนแรงเยี่ยงนี้

พนักงานต้อนรับถึงกับมองมาที่คนสองคนที่เดินเข้ามาในตัวอาคาร.....

“มาหาใคร....ไม่สิ....แกมาทำไมที่นี่ไอ้ลูกหมา”  พนักงานต้อนรับสลัดคราบพนักงานกลายเป็นผู้คุมประตูผ่านทางไปในทันที ผมสีเหลืองที่โดนย้อมเปลี่ยนกลายเป็นสีเงินไปในทันที เขี้ยวขาวสีเขี้ยวทั้งบนล่างปรากฏออกมาในทันที เล็บที่เคยสั้นกุดเรียบร้อยงอกยาวจนดูน่ากลัว ปีกขนาดย่อมๆเผยออกที่กลางหลัง  บีซร์ยิ้มเหี้ยมก่อนจะตรงเข้าจัดการภายในไม่ถึงนาที

แผละ!!!

น้ำสีแดงและเหล่ามันสมองสีขาวขุ่นสาดกระเซ็นไปโดนเจสส์ที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่....ร่างของแวมไพร์หนุ่มเหลือเพียงแต่ร่างแต่หัวบนบ่ากลับหายไปเพราะแรงตบของกรงเล็บพญาหมาป่า สังกัด เดียวดาย

“บีซร์ นายทำได้ยังไง.....นะ...นายเป็นตัวอะไร”

“พญาหมาป่าไงสาวน้อย แถวบ้านฉันเยอะแยะไป แต่ที่เก่งๆนะมีฉันกับพี่ชายข้างบ้านเท่านั้นแหละ 55” บีซร์เริ่มเล่าเรื่องอย่างมันส์ปากและลงมือฆ่าไปด้วยจนเด็กสาวชักไม่แน่ใจว่าที่เขากำลังทำอยู่นั้นเป็นการกระทำเพราะหน้าที่หรือการกระทำเพราะสนุกกับการฆ่ากันแน่!

“ทำผมสีดำก็จริงแต่ข้างหน้าปอยผมเป็นสีเงินละ แถมส่วนใหญ่ก็ทะเลาะกับร่างอีกร่างของตัวเองน่าขำชะมัด ไม่รู้จักอยู่กันอย่างสงบสุขแล้วมันจะไปมาหากินอะไรได้ 5555”

บีซร์ตวัดกรงเล็บเข้าที่ศรีษะของแวมไพร์สาวในเครื่องแบบที่วิ่งเข้ามาหาเขา ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่หน้าของที่พวกมันกำลังทำพิธีกันอยู่ ประตูบานใหญ่โดนถีบด้วยอุ้งเท้าพญาหมาป่า (พะเอิญเป็นลูกผู้ใหญ่บ้านเผ่าเดียวดายเลยได้เป็นพญาหมาป่ารุ่นต่อมา)  ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นหันมามองหน้าเขาเป็นตาเดียว

“โอ้....นี่ขั้นเอามาเสิร์ฟถึงที่เชียวรึ เจ้าหมาป่านอกรีต” บีซร์กัดฟันแน่น พร้อมกับไม่พูดพร่ำทำเพลงและเริ่มเข้าไปตะลุมบอลเลยทันที

“ไม่ได้เอามาเสิร์ฟเฟ้ย มาฆ่าพวกแกให้เหี่ยนไปเลยต่างหาก” บีซร์ตวัดเล็บแหลมๆเข้าไปที่หัวของแวมไพร์สองตัวในเวลาเดียวกัน เจสส์ที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่จู่ๆก็โดนดึง

“นี่ไอ้หมาป่า....แกเห็นที่ฉันกำลังจับอยู่มั๊ย?”  แวมไพร์เขย่าเจสส์ที่อยู่ในมือราวกับเธอเป็นลูกเจี๊ยบตัวเล็กๆ เจสส์หน้าซีด  หมาป่าหนุ่มหันกลับมามองจู่ๆเขาก็กำหมัดแน่

“แกกำลังจี้จุดฉันอยู่นะเว้ย”  ในดวงตาสีฟ้าของหมาป่าหนุ่มสะท้อนภาพของเจสส์เป็นหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังโดนจับตัวไว้แทน

“ฉันมีทางเลือกให้แกสองทาง
1. ฆ่าตัวตายซะตรงนี้ ฉันจะไม่ฆ่ายัยนี่
2.ฉันจะฆ่ายัยนี่แล้วปล่อยแกไป “

ปล่อย....หมาป่าหนุ่มหันมองรอบๆตัวก่อนจะมองเห็นแวมไพร์ทั้งห้องกำลังล้อมเขาอยู่  

“ห้ามเลือกข้อหนึ่งนะ ไม่มีทางที่เขาจะทำตามคำพูดอยู่แล้ว” เจสส์พูดก่อนจะมองตาบีซร์.........เขาทำท่าทางเหมือนกำลังเจ็บปวด

“สุดท้ายก็ต้องให้ช่วยอยู่ดี”   เสียงบางคนดังมาจากช่องระบายอากาศ

ฟู่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ควันสีเขียวโพยพุ่งออกมาจากช่องแอร์ก่อนที่จะมีหน้ากากกันควันลงมากระแทกหัวของบีซร์ เขาใส่มันก่อนจะก้มลงทำท่าปวดหัวอีกแล้วครั้ง... เอ็มบีสะบัดหัวเบาๆก่อนจะตรงเข้าไปสวมหน้ากากให้เจสส์ เหล่าแวมไพร์เริ่มล้มลงและอาเจียนเป็นสีแดงออกมากองใหญ่ก่อนจะล้มลง

“อะไรเนี้ย ควันฆ่าแวมไพร์เรอะ” เอ็มบีมองเพื่อนๆอีกสามคนที่กระโจนลงมาจากช่องแอร์ เจสเตอร์  ไมน่อน  และเซน มองหน้าเพื่อนเก่าหน้าเก่าก่อนจะพูดใหม่

“อืม ที่จริงมันเป็นยานะ ไปเอามาจากพี่สาวคนนึงพอดีพอเจ้แกคิดยาออกก็เลยเอายามาบอกสูตรฉันก่อนคนแรก ต่อจากนั้นก็....ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้เจ้แกตายแล้วละ กลับกันเถอะหิวข้าว”

พญาหมาป่าก้มลงหมอบบนพื้นพรมสีดำแล้วครางหงิ๋งๆก่อนจะกลายเป็นร่างหมาป่าสีขาวโพลน  พวกเพื่อนๆมองหน้ากัน

“มันมีฤทธิ์กะหมาด้วยเหรอเนี้ย” ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไมน่อนตรงเข้าไปอุ้มร่างหมาป่าสีขาวขนปุยราวกับสีหิมะก่อนจะหายตัวไปกลางอากาศเสียอย่างนั้น

“เสร็จสิ้นพันธะสัญญาแล้วครับนายหญิง หลับตาสิครับ”  เจสส์ทำตามคำพูดของประธานชมรมอย่างง่ายดาย  

นาฬิกาแห่งโชคชะตาจงหมุนกลับ
ขอเก็บเรื่องลับของพวกเราเหล่าอสูร
จงหายรูนไปกับกาลเวลา
เจอกันโอกาสหน้าขอให้โชคดี

++++good  luck my employer ++++


เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอสะด้งตื่นจากเตียงนอน แสงแดดสาดส่องใส่เธอจนแสบตา

“เจสส์ตื่นได้แล้วนะ!!!! สายแล้ว” เด็กสาววิ่งตึงตังไปอาบน้ำแต่ตัวและรีบวิ่งไปโรงเรียนตามชีวิตประจำวันก่อนจะสไลต์เข้าประตูโรงเรียนก่อนจะปิดจนถุงเท้าขาดเหมือนทุกวัน เธอยกผมสีดำสลวยขึ้นมัดใหม่แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม...หลังคอของเธอไม่มีรอยสักสีดำถมึน เธอเข้าห้องเรียนตามปรกติ มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิม...คือสายตาสีฟ้าที่กำลังมองเธออยู่

“เหมือนจริงๆนะ เธอคนนี้นะ”

.....อืม เหมือนมากๆเลย อยากเจออีกจังเลย......


วี้ด..........

เสียงเบานกหวีดเบาๆดังมาตามสายลม มันเป็นเพียงเสียงที่หมาได้ยิน...และพญาหมาป่าหิมะก็ได้ยิน.....

“หรือว่านั้น....ไม่ใช่หรอกมั้ง”


The End P.1
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-3-2013 13:21 โดย monkey

+++++เมื่อสมาชิกชิออนไปโรงเรียน+++++

หนึ่งเรื่องสั้นของ : เจสเตอร์

ประธานนักเรียนสุดหล่อและโก๊ะไปในเวลาเดียวกัน แม้จะหล่อการเรียนดี สมองดีแต่ถ้าปล่อยให้เดินหรือทำอะไรคนเดียวมีหวังวุ่นวายแน่

หลังเลิกเรียนของโรงเรียนเอกชน เซนริบิโร

"กลับก่อนนะค่ะรุ่นพี่"
"กลับแล้วนะครับประธาน" ใครๆก็ต่างให้ความเคารพ เป็นอะไรที่วิเศษสำหรับคนๆนึงมาก และแล้วนักเรียนก็หายไปจากห้องสภาจนเหลือเพียงสามคน

"งั้นยังไงฉันกลับก่อนก็แล้วกันงานฉันเสร็จแล้ว"  เจสเตอร์หยิบแว่นตาใส่ในกระเป๋าเพราะมันทำให้เขาดูหมดมาดคนหล่อ

โครม

เสียงเจสเตอร์เตะเก้าอี้ทำเอาสมาชิกสภานักเรียนหันไปมอง

"แหะๆ งั้นกลับจริงๆละนะคราวนี้" เขาพูดยิ้มๆจนสองสาวที่นั่งอยู่เคลิ้มและโบกมือให้

ปัง

เสียงปิดประตูเรียกสติทำเอาเด็กสาวคนนึงนึกขึ้น
"ตายแล้ว!!!!" เด็กสาวหวีดร้อง

"เป็นอะไรอลิสจัง" เพื่อนสาวถามหน้าตื่น

"ปล่อยประธานกลับบ้านคนเดียวได้ไง นี่เราอยู่ชั้นสองเชียวนะ" พูดไม่ทันขาดคำเสียงร้องโอดโอยของประธานสุดหล่อก็ดังขึ้น

ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง โครม!!

"แถมหน้าโรงเรียนเรายังขุดท่ออีกด้วย!!!" เด็กสาววิ่งไปเปิดประตูและวิ่งออกไปหน้าโรงเรียน...แต่ทว่า ไม่ทันเสียแล้ว เจสเตอร์หายไปจากหน้าโรงเรียนแล้ว

"เอ๊ะ...หรือมีคนพาเดินกลับไปแล้วถึงกลับเร็วอย่างงี้" อลิซจังคิดพร้อมกับเตรียมหมุนตัวกลับ

"โอ้ย....ชะ...ช่วยด้วย" เสียงของประธานดังมาจากท่อน้ำที่กำลังขุด

"ประธาน!!!!"

(=[]= เจสเตอร์ นายตาบอดหรือสายตาสั้นกันแน่เนี้ย!!! รอดมาได้ถือว่าบุญ )

++++++++++++++จบ++++++++++++
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-3-2013 15:18 โดย monkey

++++++++++++เมื่อสมาชิกชิออนไปโรงเรียน+++++++++++

หนึ่งเรื่องสั้นของ : ฝาแฝดอีฟ อีวาน

ณ โรงเรียนเอกชนมินามิ

เด็กหนุ่มสองคนที่หน้าตาละมาย...ไม่สิ เด็กแฝดสองคนที่หน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกันจนไม่สามารถแยกออกเลยต่างหากว่าใครเป็นใคร ถึงแม้จะเป็นเรื่องสนุกที่เอาไว้แกล้งคนให้ทายว่าใคร อีฟ ใคร อีวาน ได้ แต่สำหรับแฝดคนน้องอย่างอีวานแล้ว มันไม่สนุกเลย (ในบางเวลา) ที่ได้หน้าเหมือนพี่จอมขี้เกียจของเขา และนี้คือหนึ่งเรื่องราวของการแกล้งกันเองในสายเลือดเดียวกัน

"เอาละนั่งเรียนนั่งที่สิ" อาจารย์ประจำชั้นสุดโหดเอ่ยเสียงดังและเริ่มสอนวิชาคณิตศาสตร์ อีฟนอนคว่ไหน้ากับโต๊ะเพราะเมื่อคืนเล่นเกมส์หนักไปหน่อย (นอนเกือบๆ 6 โมงเช้าเอง)

"อีฟ ไหน อีฟ อยู๋ไหนออกมาทำงานสิ นั้นใช่รึเปล่า" อาจารย์สาวสุดโหดเดินไปดึงหูอีฟเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวอยู่แล้ว เรียนก็กลางๆสู้อีวานก็ไม่ได้

"โอ๊ยๆๆๆ อาจารย์ครับ ผมอีวานต่างหากครับ เมื่อคืนทำการบ้านให้อีฟจนดึกเลยอดนอน"

'ตอแหล!!!'

อีวานที่นั่งอยู่อีกฟากห้องเบ้ปากพร้อมกับหันไปมอง

"ว้าย งั้นขอโทษจะคุณท็อปของชั้นปี งั้นอีฟ!! ออกไปทำสิ" เด็กชายตัวน้อยอยากจะร้องไห้ ตอแหลเก่งจังเลยพี่ชายเราเนี้ย อีวานจำใจเดินออกไปข้างหน้าและทำโจทย์เสร็จภายในไม่ถึง 1 นาทีทั้งๆที่โจทย์มันโคตรยากเลย ไม่แปลกที่จะไม่มีคนตกใจเพราะบางทีอีฟก็เก่งและไม่เก่งสลับกันไป (ในความเป็นจริงครั้งที่เก่งนั้นแหละอีวาน)  เนี้ยแหละน่า ความโชคร้ายของฝาแฝดที่ดันเกิดมาความขี้เกียจมันมีไม่เท่ากัน  


(มันน่าจับอีฟไปฆ่าให้ตายยิ่งนัก อีวานนายก็รู้จักสู้คนมั้งดิ!! โวยวาย โวยวาย )
++++++++++++++++++++จบ.+++++++++++++++
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด