กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

การิน ปริศนาเเหวนเเห่งนรก

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5-9-2013 11:47 โดย winter




บทนำ

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

เสียงพื้นรองเท้ากระทบพื้นแผ่นคอนกรีตดังถี่รัวปรากฏร่างๆหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ในซอยเปลี่ยวที่มีแสงไฟจากหลอดนีออนสว่างติดๆดับสลับไปมาอย่างน่ากลัว

พอเขาวิ่งจนมาถึงเสาไฟต้นหนึ่งเขาก็หยุดวิ่งลงและหันหลังพิงกับเสานั้น และแสดงอาการหอบ หัวใจเต้นถี่รัวเขาหันซ้ายหันขวาอย่างคนที่เหมือนถูกบุคคลอื่นตามล่าตัวหรือไม่ก็เขาอาจจะหนีจากการถูกปล้นมา

โครม!!!

เสียงของอะไรบางอย่างกระแทกพื้นอย่างแรงใกล้ๆตัวของเขาที่เขายืนหลบอยู่ตรงเสาไฟสิ่งนั้นทำให้เกิดควันและฝุ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนทำให้เขาเอามือขึ้นมาปิดป้องบริเวณใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณมนุษย์หลอดไฟที่ติดๆดับๆอยู่เหนือหัวของเขาดับลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจึงทำให้เขาสะดุ้งยิ่งกว่าเดิม

เขาค่อยๆลืมตาแล้วเอาแขนลงเผยให้เห็นร่างราวๆห้าถึงหกคนในความมืดยืนอยู่ตรงหน้าเขาทุกคนสวมเสื้อคลุมสีดำยาวปิดหน้าปิดตาจนแทบจะมิดชิดชายที่ยืนหอบอยู่ตกใจเป็นอย่างมากและถอยหลังแต่ก็ไปมากกว่านั้นไม่ได้อีกแล้วเพราะด้านหลังเสาไฟที่เขาพิงมันเป็นกำแพงของเขตก่อสร้างที่ไม่มีใครอยู่

“ส่งมันมาซะแค่ฉันได้จากแกมาล่ะก็ มันก็จะครบตามที่ฉันต้องการแล้วล่ะ”

ชายสวมผ้าคลุมสีดำพูดแล้วเดนเข้ามาหาชายอีกคนที่ยืนติดกำแพงหายใจหอบและหวาดกลัวเขา

“ไม่..ฉันไม่ให้เด็ดขาด ของนี่มันอันตรายมากนะ ถ้าฉันให้พวกแกไปพวกแกต้องเอามันไปใช้ในทางที่ไม่ดีแน่!!!”

ชายที่หายใจหอบกัดฟันพูดแล้วกำมือแน่น

“ฉันบอกให้ส่งมันมา”

“ไม่มีทางหรอก!!!”

ท่ามกลางความมืด ชายที่ถูกต้อนจนมุมได้คิดขัดขืนชายปริศนาพวกนั้นโดยยกมือข้างขวาขึ้นเหนือหัวของเขาแล้วหยิบกล่องบางอย่างที่มีขนาดเล็กออกมากำไว้ในมือซ้าย

แวบ...พรึบ

จู่ๆก็เกิดไฟประหลาดสีแดงสว่างขึ้นที่แหวนตรงนิ้วกลางมือขวาของเขาและหลังจากนั้นก็เกิดการลุกไหม้ของเปลวไฟที่หัวแหวนเหมือนกับจุดไม้ขีดไฟ

“จงออกมา!”

แกรก....ฟู่.....

พูดจบเขาก็กำมือข้างที่มีแหวนแล้วใส่ส่วนหัวของแวนที่มีเปลวไฟสีแดงเข้าไปในกล่องอาชักมือออกไม่ถึงสองวินาทีก็มีบางอย่างที่มีเปลวไฟสีแดงห่อหุ้มอยู่พุ่งออกมาจากกล่องและบินโฉบหลายดวงมันบินโฉบกลับมาที่เจ้าของที่ปล่อยมันออกมา และค่อยๆปรากฏร่างที่แท้จริงของมัน

“เบทเต้ดิ เทมเพสต้า(ค้างคาววายุ)”

การปรากฏตัวของค้างคาวที่บินไปมาของชายที่จนมุมอยู่กลับไม่เป็นที่ตื่นตกใจของชายสวมผ้าคลุมพวกนั้นแต่มันทำให้ชายที่จนมุมกลัวและตัวสั่นกับกิริยาและคำพูดของของอีกฝ่ายแทน

“นี่แกคิดว่าของแบบนี้จะทำอะไรพวกฉันได้งั้นเหรอ”


พรึบ

ชายปริศนาที่ต้อนชายที่ยืนหอบแฮกๆจนจมมุมอยู่ยกมือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นขึ้นมาและเกิดเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินเทาขึ้นที่หัวแหวนรูปร่างประหลาดที่มีหัวกะโหลกอยู่ที่ตัวแหวน

แต่ที่น่าตกใจคือหัวกะโหลกที่ติดอยู่กับแหวนมันสามารถขยับส่วนปากของมันและมันมีรูปร่างคล้ายมวลสารมากกว่าของแข็งด้วยซ้ำไปและมันได้ใช้ตาที่กลวงโบ๋ของมันมองไปที่ชายคนนั้นเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อน่าสยดสยองเอามากๆทำให้ชายคนนั้นรู้สึกหวาดกลัวมันจนตัวสั่นถึงแม้เขาจะมีสัตว์กล่องที่เขาปล่อยออกมาเป็นอาวุธรับมืออยู่ก็ตามแต่มันยังไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาปลอดภัยเลย

“นั้นมัน อินเฟทโชเน่ เฮลริงก์ (แหวนอเวจีมายากระดูก)”

“ถูกต้องหึ หึ หึ และก็ค้างคาววายุแค่นั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเฮลริงค์ของฉันแล้ว มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเกรดมันต่ำไป ไม่คู่ควรที่จะเล่นด้วยหรอก”

“นะ..หนอยแนะอย่ามาดะ...ดูถูกอาวุธกล่องของฉันนะ จัดการมัน!!!”


พรึบๆๆๆ

ค้างคาวที่บินอยู่เหนือหัวชายจมมุมกางปีกของมันและอ้าปากกว้างเหมือนปล่อยคลื่นเสียงที่เป็นธรรมชาติของมันใส่เป้าหมายเพื่อหาเหยื่อแต่

ไอ้คลื่นเสียงโซน่าที่ปล่อยมากับไฟธาตุวายุน่ะมันไม่ได้ผลหรอก ถึงธาตุวายุจะทำให้มีการแตกตัวก็จริง แต่อย่าลืมสิว่าคุณสมบัติธาตุหมอกคืออะไร”

“คุณสมบัติของธาตุหมอกอ๊ะ!!! ระ...หรือว่า”

“หึหึ หึ ไม่ได้ผลหรอกถ้าคลื่นเสียงนั้นมันไม่โดนตัวอีกผ่าย พวกฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้น่ะแกคิดว่าเป็นตัวจริงงั้นเหรอ เจ้าโง่”

ชายที่ถูกต้อนจมมุมมองไปที่ร่างของชายปริศนาคนนั้นแล้วคิดในใจว่า


...มันคือภาพลวงตามันคือภาพลวงตา มันคือภาพลวงตา มันไม่ใช่ตัวจริง..


เขาตั้งสติแล้วข่มความคิดของเขาและเป็นไปตามคาดชายที่สวมแหวนประหลาดตรงหน้าหายไปต่อหน้าต่อตาเขาเขาขยับตัวออกจากตรงที่มั่นที่เขายืนอยู่และมองหากลุ่มคนที่ตามล่าเขาอย่างหวาดระแวง

แต่เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เขาเงยหน้าขึ้นไปตามต้นเสียงนั้นอย่างตกใจ

“คาเวลเลทเต้เฟลเช้ ดิ เนบเปีย(ตั๊กแตนเคียวสายหมอก)”

เสียงของผู้หญิงสวมชุดคลุมปริศนาคนหนึ่งที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศพร้อมๆกับอีกหลายต่อหลายคนที่กำลังลอยตัวอยู่เช่นกันพูดขึ้นและใช้แหวนที่มือขวาที่กำลังมีเปลวไฟสีน้ำเงินเทาลุกพรึบบนหัวแหวนรูปร่างประหลาดอีกวงที่มีลักษณะตรงกลางแหวนเป็นลูกแก้วสีน้ำเงินแวววาวสวยงามแต่ที่แปลกกว่าแหวนทั่วๆไปคือมันมีตัวแหวนลักษณะคล้ายๆกับเถาวัลย์หรือหญ้าวัชพืชสีขาวพันรอบๆลูกแก้วเอาไว้

หญิงสาวสวมผ้าคลุมใส่หัวแหวนเข้าไปที่รูเล็กๆบนกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินเทาลายขาวขนาดเล็กที่มีลวดลายบางอย่างที่คล้ายกับแหวนที่เขาใส่อยู่ประดับเอาไว้อย่างสวยงาม

พอเขาชักมือออกจากกล่องได้ไม่ถึงสองวินาทีกล่องมันก็เปิดออกและมีเปลวไฟสีน้ำเงินเทาพุ่งออกมาจากกล่อง แล้วพุ่งตรงไปที่ค้างคาววายุของชายที่ถูกไล่ล่ามันก็ทะลวงร่างของค้างคาวตัวนั้นจนทะลุและแลกเป็นชิ้นๆและพุ่งลงพื้นจนเกิดระเบิดตรงบริเวณนั้นอีกรอบทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปจากตรงนั้นตามแรงระเบิด


...ได้โอกาสล่ะ....


ชายที่กระเด็นออกมาอาศัยช่วงเวลาที่เกิดการระเบิดขึ้นและมีกลุ่มควันคลุ้งปากล่องบางอย่างขนาดเล็กเข้าพงหญ้าทึบแถวเขตก่อสร้างใกล้สนามต่อสู้อันเสียเปรียบของเขาโดยที่พวกที่ไล่ตามเขามาไม่ทันได้สังเกตใดๆ

เขากระแทกพื้นอย่างแรงและถไลไปตามพื้นและหยุดลงด้วยฝ่าเทาของใครคนนึงที่อยู่ในกลุ่มของพวกที่ไล่ล่าเขา แต่เขายังคงทำท่าทางว่ายังมีของที่พวกมันต้องการอยู่ในมือเพื่อหลอกพวกนั้น

“ฮึฮึ ฮึ เป็นไงเจ้าหนูสกปรก บอกให้ส่งมันมาดีๆก็จบเรื่องไปแล้วละบางทีฉันอาจจะไม่ต้องฆ่าแกก็ได้นะ”

“เอากุญแจแห่งพลังชิ้นสุดท้ายมาซะทีเถอะเค็น”

ชายที่สวมแหวนหัวกะโหลกพูดขึ้นและชายอีกคนที่เป็นเจ้าของชื่อก็ค่อยๆลดระดับความสูงของเขาที่กำลังเหาะอยู่ลงไปเรื่อยๆและเดินเข้าไปหาชายที่บาดเจ็บนอนนิ่งอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาอีกคน

เขาควณหากล่องที่ชายคนนั้นทิ้งไปอยู่พักนึง และสังเกตว่ามือของเขากำอะไรไว้อยู่แต่พอเขาคลายมือออกดูก็ไม่พบอะไรในมือทั้งสองข้าง แล้วลุกก็ขึ้นยืนและเดินออกมาอย่างอารมณ์เสีย

“ไม่มีมันซ้อนไว้ไหนกันนะ”

เค็นชายปริศนาหนึ่งในหกคนที่ที่ตามล่าหาอะไรบางอย่างพูดขึ้นแล้วมองหาดูตามพื้นถนนคอนกรีตเผื่อว่ามันจะหล่นอยู่แถวๆนั้น

“เป็นไปได้ยังไงกันในเมื่อเจ้าบ้านั้นเป็นคนเอามันหนีมานี่ สายเรารายงานมาแบบนั้นนี่”

ชายที่สวมผ้าคลุมพูดขึ้นแล้วเปิดส่วนที่เป็นหมวกออกและเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาและเดินเข้าไปดูชายที่เขาไล่ตามที่ยังหมดสติอยู่

“ชิชิ ชิ สายนายมั่วมั้งวาตาริคุง ฉันว่าเจ้านี่ต้องเป็นนกต่อให้คนที่เอามันไปจริงๆหนีไปแน่ๆหรือไม่ก็มันต้องซ้อนเอาไว้ที่ไหนซักที่นั้นแหละเราลองเดินย้อนกลับไปตามทางหรือทุกที่ที่มันซ้อนตัวเราก็อาจจะเจอก็ได้นะ”

ชายสวมผ้าคลุมอีกคนที่ถอดหนวกผ้าคุลมออกแล้วเผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากใบสีขาวขอบตาดำของเขาและยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อดูแหวนประหลาดอีกวงที่มีลักษณะเหมือนเขาของสัตว์ขนาดเล็กๆประดับตรงตัวแหวนเพื่อเป็นส่วนหัวที่เป็นของเขา

“เอาไงต่อดีละคะหัวหน้า”

“ฮึเกมสตาร์ท”

ว่าจบชายที่มีแหวนหัวกะโหลกก็หันตัวกลับและลอยขึ้นบนอากาศแล้วบินหายไปในหมอกสีเทาประหลาดทันทีพวกที่เหลือของเขามองหน้ากันอยู่พักนึงแล้วมองไปที่ร่างที่ยังสลบอยู่ของคนที่เขาไล่ตามและต่อสู้อยู่แต่รับมือได้ไม่นานนัก

“เซ็งกับหัวหน้าจริงๆแล้วเราเอาไงกับเจ้าหนูสกปรกนี่ดีล่ะ”

“ปลุกมันซิ”

ชายที่มีบาดแผลเต็มใบหน้าพูดขึ้นหลังชายสวมหน้ากากเอ่ยถามชายที่กุมหาของกับชายคนนั้นเดินเข้าไปหยิบเอาขวดน้ำที่มีอยู่ครึ่งขวดและวางอยู่ข้างๆถังขยะแถวนั้นมาและเปิดฝาออก

แปะๆๆ

น้ำจากในขวดค่อยถูกรินเทจากมือชายคนนั้นใส่ใบหน้าที่มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดจากการต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เขาแสบจนร้องออกมาและรู้สึกตัว

แต่ชายหนุ่มยังคงเทน้ำใส่เขาเรื่อยๆและมันก็เข้าผากจมูกเขาจนสำลักพอหมดขาวเขาก็โยนมันทิ้งไปและเอ่ยปากถามชายคนนั้น

“แกเอามันไปไว้ไหน”

“แฮก...แฮก...แฮก...แฮก...ที่.ที่...แคก...แคก...ปะ...ปลอดภัย...จากพวกแกไง”

“ไม่บอกแน่ๆล่ะเจ้านี่ถึงตายก็ไม่บอกแน่ๆ”

ชายสวมหน้ากากขอบตาดำพูดแล้วหัวเราะร่าแล้วเดินไปเต้นไปมาอยู่แถวๆนั้น

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไรถามจากบอส แกก็ได้ ส่วนแกก็....”

“ฉันเอง”

ชายที่มีบาดแผลเต็มใบหน้าพูดแล้วเดินเข้าใบใกล้กับชายที่นอนบาดเจ็บอยู่เขาหงายมือข้างขวาที่มีแหวนประหลาดอีกวงเข้าหาเขาและพรึมพรำบางอย่างแล้วมีหมอกควันบางอย่างออกมาจากแหวนรูปดวงตานั้น

“หิวแล้วสินะ อีวิลอาย เฮลริงก์ (แหวนมายาดวงตาปีศาจอเวจี)”

หลังจากนั้นเหล่าคนที่สวมผ้าคลุมก็กระโดดถอยหลังออกมาบริเวณที่มีหมอกปรกคลุมนั้นเหลือเพียงชายที่มีบาดแผลบนใบหน้าเท่านั้นที่ยังยืนอยู่

“ข้าขอ สังเวยเนื้อและเลือดชายคนนี้แด่แหวนดวงตามายาปีศาจอเวจี”



คลิ๊ก!!!

Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)
raywin

หนังสือตัวใหญ่อะปวดตา ; ;

สนุกจ้า แล้วมาอัพต่อนะ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

อัพต่อๆ อยากอ่านมากๆ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)
PAT >3<

TOP

อัพต่อ ><
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด