กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

บริษัทพิทักษ์คุณหนู(การิน) อาถรรพ์สงครามปิศาจต่างโลก..upบท7มาแล้วว

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-7-2013 10:54 โดย NAMORBZA

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-7-2013 10:54 โดย NAMORBZA

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-7-2013 09:31 โดย NAMORBZA

ก่อนอื่นก็คงต้องเปิดตัยวกันอย่างเป็นทางการแล้วสินะ

สวัสดีครับ   เรียกผมว่าน้ำอบแล้วกันนะครับ//นามปากกาน่ะครับ

อายุก็ไม่เท่าไร ก็ใกล้วัยมหาลัยแล้วล่ะครับ^^

วันนี้เป็นวันดีที่ผมจะมาเปิดตัวกับการสมัครสมาชิกและลงฟิคแรกในชีวิตของผม

ในเมือผมยังไม่มีเพื่อน  จึงอยากมีเพื่อนเยอะๆ และขอความกรุณาติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ
...........................................

จะพยายามแต่งให้แฟนซีและโดนใจทุกๆคนในแบบของผมนะครับ!!!

..........................................
เรื่องนี้ผมจะแต่งเป็นแนวแฟนตาซีแต่ไม่แหวกจากเนื้อเรื่องหละกเท่าไรหรอกนะครับ

เพราะจะอ้างอิงตัวละครจากเรื่อง บริษัทพิทักษ์คุณหนู(การิน) มาทำในเรื่องราวในแบบของผม

วันนี้ยังไงซะผมก็ขอประเดิมขอความคิดเห็นจากทุกๆคนก่อนนะครับ  รบกวนด้วยครับ ไปติดตามอารมถบทกันเลยครับ


โอมมม  จงเม้นท์ๆๆๆ  จงอ่านๆๆ  รักผม หลงผม จงอ่าน!!!!



...............................................



“การิน” เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์มืด
“ลัลทริมา” เด็กสาวผู้มีญาณอาถรรพ์ผู้ไขว่คว้าการเป็นมนุษย์ธรรมดา
“อคิน” สุดยอดบอดี้การ์ดมาดเซอร์แสนอันตราย
“แคปเปอร์” หนุ่มมาดเนี้ยบผู้เป็นสมองของการ์เดี้ยนคอร์ปอเรชัน

......................................

โชคชะตาและกาลเวลาที่บิดเบือน ผูกเงื่อนที่ยากจะแก้ราวพันธนาการที่ผูกมัดไร้ทางแก้
สงครามของเผ่าปีศาจที่เริ่มคุกคามโลกต่างมิติที่เริ่มคุกคามโลกมนุษย์....
สาส์นขอความช่วยเหลือถูกร่อนถึงมือบอร์ดี้การ์ดยอดฝีมือที่ต้องเข้าพัวพันกับสงครามต่างโลก
แล้วพวกเขาจะรับผิดชอบได้อย่างไร?
ไอแห่งอาถรรพ์ที่ล่องลอยอยู่ในอากาสทำให้เด็กสาวผู้พาลพบกับพลังที่ไม่ต้องการรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของความเป็นอยู่
ส่งผลให้เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์มืดและต้องการหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งอย่างวาวโรจน์
กลิ่นอายความสนุกเริ่มน่าสัมผัส ความตายเริ่มก่อตัว อาถรรพ์เริ่มรุกรานการใช้ชีวิตมากขึ้น  เพื่อก้าวข้ามมันไป
เขาต้องจัดการควบคุมมันให้สำเร็จโดยมีเครื่องมือเป็นแม่มดสุดอาถรรพ์
ความบังเอิญ โชคชะตา หรือเวรกรรมที่ทำให้ทั้งสองมาเจอกัน ณ ดินแดนต่างมิติ
หนึ่งคน  ต้องยุติสงคราม
อีกหนึ่ง  ต้องการครอบครองพลังมหาศาล
เมื่อต่างความต้องการในจุดหมายเดียวกันสร้างให้พวกเขาและเธอทั้งหมดต้องร่วมมือกันอย่างช่วยไม่ได้
แต่...ครั้งนี้ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน  อันตรายจากทุกสิ่งรอบทิศที่ไม่มีทางรู้ได้ มันจะจบลงด้วยชัยชนะ หรือ หายนะ !!
อาถรรพ์สงครามปิศาจต่างโลก

Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

น่าสน งั้นติดตามเลย
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

น่าสนุกนะครับ ติดตามแน่นอน
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ไหนๆก็ เปิดประเด็นมาแล้ว คืนนี้ผมขออัพบทนำให้อ่านกันนะครับ!!!
                            หวังว่ามันจะมีความสนุกสนานให้นักอ่านทุกๆคนนะครับ^^
                                        .............................................

                                           บทนำ  เพียงจุดเริ่มต้น...ที่ไร้จุดจบ
เปลวเพลิงที่แดงฉานลุกโชนรอบทิศทาง ไม่ว่าหันมองไปทางใด สายตาก็สัมผัสได้เพียงแสงของเปลวไฟที่พวยพุ่งน่ากลัวราวความตายที่กำลังห้อมล้อม ร่างการทุกรูขุมขนรับรู้ได้ถึงไปความร้อนที่กำลังเผาผลาญร่างกายไปทีละนิด ทั่วทั้งร่างแสบร้อนจนร่างกายเหมือนจะถูดเพลิงนั้นหลอมละลายกลายเป็นเถ้าทุลี
ซากศพที่ไหม้เกรียมมีให้เห็นทั่วบริเวณจนชาชิน บ้านเรือนถูกกลืนเข้าในกองเพลิง เหล่าผู้ที่ยังมีชีวิตยังวิ่งหาทางหนีกันจ้าละหวั่น ในเมื่อใครก็รักชีวิต  เมื่อรู้ว่ามีภัยมาถึง...การเอาชีวิตรอดอย่างคนจนตรอกจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด  ไม่ใช่เฉพาะมนุษย์ เพราะไม่ว่าใครก็กลัวตาย  แม้กระทั่ง”ปีศาจ”
บึ้ม!!..
เสียงระเบิดดังลั่นทั่วเขตแดน เสียงเหล่าปีศาจเริ่มวิ่งรนรานมายังทางออกฉุกเฉินหลังหมู่บ้าน บรรดาเหล่าปีศาจสามัญทั่วไปมีหน้าที่เพียงทิ้งบ้านเรือนที่โดนทำลายตามปีศาจทหารประจำเขตแดนไปยังทางที่ปลอดภัยมากที่สุด
“แม่  เราจะไปไหนกัน??” ปิศาจน้อยวัยกระเตาะเอ่ยถามผู้เป็นแม่ทั้งน้ำตา ตามร่างกายเต็มไปด้วยแผลไฟลวก ซึ่งไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ที่มีแผลฉกรรจ์ที่แขน แต่ด้วยความเป็นแม่ เธอจึงยอมแบกรับความเจ็บปวดจูงลูกของตนวิ่งไปยังทางรอดของชีวิต
“เร็วเข้าๆ ทุกๆคน  ตรงไปยังศาลเจ้าเทพปีศาจหลังหมู่บ้าน ที่นั่นท่านหมอผีกำลังร่ายเวทย์คุ้นกันอยู่” ทหารนายหนึ่งซึ่งมีเลือดสีดำคล้ำอาบท่วมตัวตะโกนลั่นโบกไม้โบกมือส่งเหล่าผู้บริสุทธิ์ไปยังที่ๆปลอดภัย...แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ตาม
ฟ้าววว.....ฉึกๆๆๆๆ ฉึกๆๆๆ  ฉึกๆๆๆๆ....
“อ๊ากกกก  โอ๊ยย......” ลูกธนูไฟที่พุ่งมาราวห่าฝนที่ไม่เน้นความแม่นยำถูกยิงมาจากด้านหน้าของหมู่บ้าน แม้ความแม่นยำน้อย แต่ด้วยจำนวนมันจึงคร่าชีวิตปีศาจบริสุทธิ์และทหารปีศาจได้มากมายนับสิบๆตน
พรึ่บ....พรึ่บบ!!!
ทันทีที่ลูกธนูสัมผัสพื้นดิน แสงสีแดงเริ่มปรากฏมาที่พื้นดินราวกับใบแมงมุมกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมา
“แม่ นี่มันอะไรกัน...??” ปีศาจเด็กน้อยตนเดิมเอ่ยถามผู้เป็นแม่ที่โถมตัวบังตนเองเอาไว้จนเธอเองก็โดนธนูไฟไปหลายดอก ร่างกายเธอโชกไปด้วยเลือดสัดำคล้ำอาบร่างกายและใบหน้า ความเจ็บปวดจู่โจมเธอแทบขาดใจ แต่แววตาและรอยยิ้มมันช่างแสนอบอุ่น
“มันคือวงเวทจ้ะ  เวทย์เครือข่ายกวาดล้างของปีศาจเผ่าปัจจ์” เธอเอ่ยบอกลูกชายช้าๆ น้ำเสียงเริ่มขาดห้วง  เธอจะตายมันคงแปลก เพราะตอนนี้  ความเจ็บปวดและบาดแผลมันเกิดกว่าความสามารถในการฟื้นตัวของปีศาจจะช่วยสมานแผลได้ทัน อีกอย่าง ธนูเวทที่ปักหลังเธออยู่ทำให้พลังปีศาจลดลงไปมากมายนัก
....ขอแค่ลูกปลอดภัยเท่านั้น  เขาจะต้องแก้ไขเรื่องราวบัดซบนี้ให้ได้....
แสงจากวงเวทยังคงเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มแผ่กระจายวงกว้างเกือบร้อยเมตร
“แล้วมันจะฆ่าเรามั้ยครับ  ผมจะอยู่กับแม่  แม่รีบหนีไปกับผมนะครับ” เด็กหนุ่มน้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ว่าแม่ตนเองไม่ได้อยู่ในสถาพที่ปกติ
“ฟาเทล!” ผู้เป็นแม่เอ่ยชื่อปีศาจน้อยอย่างอ่อนโยน
“แม่”
“เก็บสร้อยคอของแม่เอาไว้  มันช่วยลูกได้  ดึงมันออกไปสิ  เก็บไว้ให้ดีนะ”
“ทำไม?? ดึงทำไม แม่อยู่กับผม  มันก็อยู่ใกล้ผม  ผมเอาของแม่หรอก....” เด็กน้อยเริ่มรู้สึกว่าเรื่องราวมันยากเกินที่ตัวเองจะรับไหว แม่ของเขาเริ่มพูดคำพูดไม่เหมือนแม่คนเดิม...ใช่ เพราะสถานการณ์ตอนนี้  เป็นแม่คนเดิมไม่ได้....
“บอกให้ดึงไงเล่า....!!!” ผู้เป็นแม่ตะคอกเสียงดัง มันเป็นคำตะคอกครั้งแรกในชีวิต ปีศาจน้อยตกใจกระชากสร้อยนั้นว่าไว้กับมือทั้งน้ำตา  ผู้เป็นแม่ฉีกปากยิ้มอย่างดีใจ น้ำตาสุดท้ายร่วงไหลหยดลงที่แก้มปีศาจน้อย....มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
“ลูกต้องเปลี่ยนแปลงมันซะ สงครามนองเลือดแสนโสมมนี่” เสียงอันแผ่วเบาดังขึ้น แต่มันเจือจางกับเสียงวุ่นวายรอบข้าง ฟาเทลไม่สามารถได้ยินอะไรมากมาย แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาได้รับคือสัมผัสที่ข้อมมือ  เขาโดนกระชากข้อมืออย่างแรงแล้วเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้าเหนือเปลวเพลิง มุมมองด้านสูงตอนนี้ฟาเทลทองเห็นหายนะที่กลืนกินหมู่บ้านเขาจนเกือบหมดแล้ว...
“แม่........!!!!” ฟาเทลลอยคว้างกลางอากาศ สัญชาตญาณทำให้ปีกเล็กๆด้านหลังของเขาทำงานเป็นครั้งแรก  ไม่จริง...เรามีปีก  เผ่าเวก้าไม่มีปีก...นี่มันอะไรกัน??
“ด้วยวิญญาณแห่งข้า ขอมอบวิญญาณสุดท้ายของข้า จงบัลดาลพรแห่งโชคชะตาคุ้มครองลูกชายข้าด้วย!!!” การร่ายเวทย์ครั้งสุดท้ายของผู้เป็นแม่เสร็จสิ้น บาเรียสีเหลืองส้มแสนอบอุ่นป้องกันฟาเทลราวกับลูกโป่งสีทอง
“แม่  แม่ๆ..”
ปึงๆๆ  ปึงๆๆ
ทั้งหมัดทั้งกำปั้นของฟาเทลรัวเคาะลงไปที่ลูกโป่งบาเรียนนั้น แต่มันแข็งเกินไป เกินกว่าเขาจะทำลายมัน
วาบบ!!!
แสงสีแดงของวงเวทจากลูกธนูเริ่มแผ่ขยายกว้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีแดงพวยพุ่งจนเด็กหนุ่มแสบตาต้องยกมือขึ้นมาบังเอาไว
ฟ้าววว....บึ้ม!!!  ตูมมมมมมมมม!!!
เสียงระเบิดนับไม่ถ้วนดังขึ้นทั้วบริเวณกึกก้อง  หากแต่มันไม่กระทบกระเทือนบาเรียของเขาเลย แต่สิ่งที่เขาเห็น...มันคือชนเผ่าเวก้าทุกคนที่โดนฉีกร่างด้วยระเบิดวงเวทที่แสนร้ายกาจ  ดินแดนของเผ่าทั้งเผ่าเลือนหายไปในเวลาเพียงไม่นาน  ค่ำคืนนี้ถูกย้อมด้วยเปลวเพลิงไปแล้ว....ทุกคนเสียชีวิต  ยกเว้นเขา....ปีศาจตนสุดท้ายแห่งเผ่าเวก้า

…………………………………………………………………
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ติดตามค่า ><
อัพต่อนะ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ติดตามค่า สนุกดี ><
อัพต่อนะค่ะ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

สนุกดี อัพต่อน้า
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4-7-2013 13:14 โดย NAMORBZA

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4-7-2013 13:07 โดย NAMORBZA

ขอบคุณทุกคอมเม้นนะครับผม  เอาล่ะ มาอ่านกันต่อเลย..ยาวไปมั้ยน๊า...

......................................


บทที่หนึ่ง...ชีวิตที่ยังดำเนินไป!!

             ณ มุมมืดในป่าหลังเขาเขตปริมณฑล
        ผืนป่าที่รกทึบ แสงจันทร์ในคืนจันเต็มดวงถูกบดบังด้วยแมกไม้นานาพันธ์จนเห็นเป็นเพียงจุดเล็กๆบนพื้นดินเท่านั้น สายลมพัดปะทะต้นไม้เอนไหวน่าสะพรึงราวกับการเต้นรำของเหล่าปีศาจร้ายกำลังเริ่มบรรเลงอย่าไรอย่างนั้น มันเป็นป่าทึบหลังหมู่บ้านเล็กๆที่ไม่มีชื่อให้รู้จักมากนัก เพราะไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นมากพอให้ทางรัฐบาลเข้ามาประชาสัมพันธ์และโฆษณาให้ จึงเป็นเพียงหมู่บ้านที่แสนสงบสุข...ที่ไม่สงบสุขเสียแล้ว
             
     ฟ้าว  ว...ว.....

             ราวกับเงามืดที่เคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างหนึ่งแหวกผ่านกิ่งไม้พร้อมพุ่งตัวตรงไปด้านหน้าอย่างแม่นยำ สายตาเฉียบคมมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง ร่างกายที่กำยำบวกกับความว่องไวและความสามารถในการเคลื่อนที่เป็นเลิศทำให้ร่างนั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆทั้งสิ้น มีดดามัสกัส อาวุธสุดคล่องคู่กายถูกเหน็บเอาไว้ที่เข็มขัดด้านหลัง นัยน์ตาสองสีเพ่งมองด้านหน้าอย่างจริงจัง พร้อมกับสัมผัสการรับกลิ่น....
       
     มันมาทางนี้จริงๆด้วยสินะ!.....
       
     อคินยังคงเคลื่อนทีตามกิ่งไม้ที่แสนอำนวยให้เขาอย่างคล่องตัวโดยด้านล่างก็มีคู่หูสุดสุขุมของเขาวิ่งตามมาติดๆ เด็กหนุ่มผู้มีผมประกายสีมุกในชุกสูทสีขาววิ่งตามอคินมาติดๆ ในหัวสมองตอนนี้กำลังประมวลความน่าจะเป็นไปได้ว่าปีศาจที่พวกเขารับจ้างมาจัดการนั้นจะจู่โจมจากทางไหนกันแน่ ทันทีที่การประมวลผลเริ่มทำงานน้ำในขวดที่พกติดมาก็ถูกเทออกกลางอากาศก่อนพลังที่แคปเปอร์มีนั้นจะเสกสรรสร้างมันให้กลายเป็นดาบคาตานะเล่มงามถือไว้เหมาะมือ
     วาบ!!
     แสงสว่างสีฟ้าอ่อนงามตาสว่างจ้าเป็นวงกว้างด้านหน้าในระยะทางที่ไกลพอสมควรราวหนึ่งกิโลเมตร
     “เห็นแล้วใช่มั้ย อคิน?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามแววตาที่ส่งถึงกันย่อมรู้ความหมายระหว่างคู่หูดี
     “ไม่ต้องห่วง..ฉันไปทันแน่นอน” อคินยิ้มย่องยกนิ้วโป้งให้แคปเปอร์ที่ยังคงออกตัววิ่งไม่หยุด ว่าแล้วอคินก็กระโจนขึ้นไปด้านบนพุ่มไม้เหนือห้วงอากาศที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขาอาบแสงจันทร์อย่างเต็มที่ แววตาวาวโรจน์มองไปยังกลุ่มแสงสีฟ้าที่ห่างออกไป อคินยิ้มมุมปากเล็กน้อย...
     “ขอยืมพลังของนายหน่อยแล้วกันนะ  อัลเวน!!”
     ‘ไม่มีปัญหา คู่หู’ เสียงเพรียกจากจิตใจดังขึ้นมา ก่อนที่ร่างกายของอคินจะค่อยๆเปลี่ยนไป เล็บที่ยาวแข็งแรงและคมกริบ ฟันที่แหลมคม ร่างกายที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมาป่าเต็มตัว
     “พาฉันไปตรงนั้นหน่อยนะสหาย”
     ‘ไปกันเลย’ หมาป่าเต็มร่างกระโจนข้ามผ่านต้นไม้นั่นไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้แคปเปอร์ไม่สามารถตามทันได้ เด็กหนุ่มชุดขาวทำได้เพียงอมยิ้มเล็กๆแล้ววิ่งตามไป
     “พอสองคนนั้นทำงานร่วมกันได้อะไรมันก็ง่ายขึ้นมาเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...อิคนก็ใช่ย่อยควบคุมอัลเวนได้อยู่หมัดจนได้”
แคปเปอร์ออกตัววิ่งต่อไป  แม้จะมีอาการหอบเหนื่อยเล็กน้อย แต่พอคิดถึงตัวที่จะได้รับนั้นทำให้แตงกวากองโตลอยไปมาเต็มหน้าจึงต้องรีบจัดการมันให้สำเร็จ
ปี๊นนน...นน
     “คุณแคปเปอร์  มาทางนี้เลยค่ะ” แสงสว่างวาบด้านหลังพร้อมเสียงแตรรถ ATV วิ่งตามทางที่ขรุขระมาจอดสนิทข้างกายเขา เบลินดา สัตวแพทย์สาวขยิบตาเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าเชิญชวนให้แคปเปอรืขึ้นไปด้วยกัน ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธ
     “ขอบคุณครับคุณเบล ช่วยได้เยอะเลย”
     เบลินดาบึ่งรถออกไปทันทีตรงไปยังปีศาจที่กำลังจะแพร่พันธ์ต้องกำจัดมันแล้วเอาเนื้อเยื้อมันมาทำวิจัยให้ได้และที่สำคัญ...ถ้าไม่ติดภารกิจนะ  จะขับให้ช้าเหมือนเข็นเลย  เทพบุตรของเบลมาซ้อนท้ายทั้ง อ๊ายยย  >///[   ]///<


     ทันทีที่อคินในร่างอัลเวนมาถึง เขาก็คืนร่างกายเป็นบอดี้การ์ดมาดเซอร์เหมือนเดิม แสงสีฟ้านั้นขยายเป็นวงกว้างรัศมีกว่าห้าเมตร ผืนดินตรงนั้นเรียบเตียนด้วยพลังของปีศาจตนนี้
     ก๊าซซซซซซซ!!!....
     ปีศาจตนนั้นร้องลั่นจนแสบแก้วหู มันเป็นปีศาจพังพอนป่าที่แอบเข้าไปกินทารกแรกเกิดในหมู่บ้านมากกว่าสิบราย จนชาวบ้านหวาดผวา แม้ร่างกายของมันจะเป็นเพียงพังพอน แต่ขนาดตัวตอนนี้มันไม่ต่างจากลูกช้างตัวโตเกือบเต็มวัยด้วยซ้ำ อีกอย่างความเร็วของเจ้านี้ก็ใช่ย่อยทำเอาอคินต้องอาศัย อัลเวนมาเสริม
     “เอาล่ะ  คงหมดเวลาของแกแล้วมั้งไอ้พังพอนน้อยเอ๋ย...อยู่ดีๆกับป่าหางูหาไก่ป่ากินไม่ชอบมารุกรานมนุษย์” อคินใช้สองมือตวัดมีดดามัสกัสของถนัดควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว... แสงสีฟ้าที่ดูเหมือนการฟื้นพลังบางอย่างเริ่มอ่อนลงแล้ว  แสดงว่ามันต้องทำอะไรสักอย่างกับตัวเองแน่นอน อคินไม่รอช้าพุ่งตรงเข้าหาประชิดตัวปีศาจพังพอนนั้นทันที
ฟ้าว วว  
     “อึ๋ย...ไวชะมัดเลย” อคินเอี้ยวตัวหลบกงเล็บยาวและแหลมคมของมันได้อย่างหวุดหวิดแล้วกระโดดตีลังกาอ้อมไปด้านหลังของปีศาจอย่างคล่องแคล่วแล้วฮุกคิกเข้าไปเต็มรักจนมันหน้าทิ่มลงกับพื้น “อะไรมันจะง่ายขนาดนี้วะ มีดีแค่ความเร็วนี่หว่า ฮะๆ” อคินหัวเราะร่วนประสานมีดในมือทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วมองหาตำแหน่งหัวใจจากทางด้านหลังก่อนจะเหวี่ยงมือลงไปอย่างแม่นยำ
     ฟุ่บบ!!
     “เฮ้ยย!” อคินรุ้สึกตัวเบาโหวงเมื่อร่างทั้งร่างของปีศาจหายวับกลายเป็นฝุ่นจนเขาร่างลงสู่พื้นด้วยการทรงตัวที่เป็นเลิส “ฮ่ะๆๆ  แบบนี้ค่อยสนุกหน่อยสิ  เร็วและหายตัวได้ด้วยเหรอ? เจ๋งเป้งงานนี้สนุกสมค่าจ้างแน่ แต่แกหลบไม่พ้นสัมผัสการรับกลิ่นของฉันหรอกน่า...ว่าแค่แคปเปอร์ช้าจังนะ” เด็กหนุ่มยืนตั้งค่าเตรียมพร้อม “อัลเวน ทางไหนกันกลิ่นมันเจือจางเกินไป”
     ‘เจ้านี่ซ่อนกลิ่นใช่ย่อยเลยนะ  แต่ว่าไม่พ้นฉันหรอกน่า.....ด้านหลัง’

     พรึ่บบบบ!!

     เสียงของอัลเวนเตือนอคินได้ทันท่วงที เด็กหนุ่มหันไปประจันหน้ากับปีศาจที่พุ่งเข้ามาด้วยกงเล็บนั้น  อคินจ้องการเคลื่อนไหวและจับทิศทางได้อย่างแยบยลแล้วหลบกงเล็บที่พุ่งมาได้เพียงปลายจมูกแล้วยกเท้าเตะสวนขึ้นไปกลางลำตัวอย่างแรงตามด้วยตวัดมีดดามัสกัสเข้าที่กลางลำตัวอย่างเต็มแรง

     ฉึก  ฉัวะ...!

     ปีศาจได้รับความเจ็บปวดจากมีดนั้นจนมีแผลฉกรรจ์ เลือดสีดำคล้ำไหลออกมาจากหน้าท้องทำให้กลิ่นของมันชัดเจนขึ้น  การเคลื่อนไหวดูช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
     “เอาล่ะ  ทีนี้แกจะมีอะไรมาสู้กับฉันอีก...”

     ทางด้านแคปเปอร์....

     “ลั้ล ลัล  ล้า  ลัล ล้า..ล้า ลาลา.....” สัตวแพทย์สาวฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ค่ำคืนนี้ช่างสวยงามและโรแมนติกแสนสุดจะบรรยาย ยิ่งกว่าได้ยืนอยู่บนเวทีเกียรติยศเสียอีก  โอ๊ว....
     “=__+” คุณเบลครับ  ถ้าจะขับขนาดหอยทากแซงขนาดนี้ผมขออนุญาตวิ่งไปนะครับ  ป่านนี้อคินจะเป็นไงบ้างไม่รู้” เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตะคริวกำลังจะเริ่มกินบั้นท้ายของเขาจนชาไปทั้งแถบ
     “เอ๊อ...ไม่นะคะ  โอเคค่ะๆ เดี๋ยวฉันจะรีบบึ่งเลยค่ะ จับแน่นๆนะคะ....”
     “ครับ...อะเว้ยยยย...คุณเบ๊ลลลลลลล,  เร็วป๊ายยยยย”


     แม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บและความเร็วจะลดลง...แต่ปัญหาคือปีศาจตัวนี้มันยังหายตัวและโจมตีได้เสมอ โดยที่เลือดของมันไม่เป็นอุปสรรคต่อการบดบังกลิ่นเลย ทั้งการโจมตีรอบด้านและความเร็วที่เริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อแผลเริ่มสมานอย่างเต็มที่แล้ว
     “มันเริ่มไวเหมือนกันนะเนี่ย...แต่ช่างเถอะเป็นมือเป็นเท้าให้ทีแล้วกันนะ อัลเวนคงต้องใช้นายแล้วล่ะ ความไวฉันตอนนี้ลดลงมากไปขอพักหน่อยแล้วกัน....” อคินสลับร่างกับอัลเวนอีกครั้งหนึ่ง อัลเวนที่ได้รับอิสระในการต่อสู่จึงกระโจนเข้าไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่แล้ว!!

     ฟุ่บ ฟุ่บ...
     
     “อ๊ากกกกก อะไรเนี่ยพังพอนบ้านไหนเมืองไหนมันพ่นอึก...ใยได้ฟะ” อัลเวนสบถกัดฟันกรอด เมื่อจู่ๆร่างทั้งร่างก็ถูกพันธนาการด้วยใยแมงมุมที่ไม่น่ามีได้จากพังพอนตัวนี้เลย..แต่อันตรายยิ่งคืบคลานเข้ามาเพราะว่ายิ่งโวคหนุ่มดิ้น ยิ่งถูกใยนั้นรัดแน่นเข้าทุกที ก่อนจะปรากฏเงาทะมึนขึ้นมาแล้วค่อยๆกลายเป็นร่างของปีศาจพังพอนนั่น มันเดินย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างช้าๆ      “กรอด..ยัยกับกับเจ้าแคปเปอร์มันไปเอ้อระเหยที่ไหนกันฟะ??”

     ก๊าซซซซซ....

     เสียงร้องคำรามดังลั่นพังพอนยักษ์เงื้อขาหน้าขึ้นสูง แสงสว่างของแสงจันทร์อาบให้กงเล็บยาวสีดำแหลมคมดูน่ากลัวยิ่งขึ้น อัลเวนพยายามดิ้นสุดกำลัง แต่ทว่ายิ่งเจ็บหนักเข้าไปอีกจากแรงการรัดของใยแมงมุมบ้าๆนี่
     “อคิน...ฉันพานายมาได้เท่านี้...อึก” อัลเวนกัดฟันอย่างเคียดแค้นก่อนที่สายตาจะมองไปยังปลายกงเล็บนั้นที่กำลังเหวี่ยงมายังเขา

     ฟ้าววว.....ตู้มมม!!

     ก๊าซซซ....!!

     ปีศาจพังพอนร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อระเบิดเคมีของเบลินดาสัมผัสโดนร่างของเจ้าตัวเต็มๆ ควันสีดำโพยพุ่ง แคปเปอร์และดาบน้ำของเขาพุ่งทะลุควันมาอย่างรวดเร็ว แววตาแสนมั่นคง สองมือกระชับดาบแน่นเหวี่ยงเข้าไปกลางลำตัว เขากะให้ร่างของมันขาดเป็นทางสะพายแล่งภายในดาบเดียว....

     ฟุ่บ...!!

     “กรอด  แคปเปอร์  มันหายตัวได้น่า...ระวังมันด้วยมันพ่นใยได้!!” อัลเวนส่งเสียงบอก แคปเปอร์ที่พลาดท่าจากการโจมตีวิ่งตรงไปตัดใยแมงมุมนั้นออกจากอัลเวนทันที ก่อนที่เขาจะกลับร่างเป็นอคินตามเดิม
     “นายพักให้เต็มที่เถอะนะ..เต็มที่มามากแล้ว” อคินบอกกับอัลเวนในตัวเองก่อนจะหันมาจ้องแคปเปอร์เขม็ง แคปเปอร์รู้ทันทีว่าอคินหมายความว่าอะไร
     “คือคุณเบลเขาขับรถช้าไปหน่อยน่ะนะ...เรื่องนั้นค่อยว่าเถอะ.. จัดการมันก่อนแล้วรับค่าจ้าง เดี๋ยวไถ่โทษด้วยเสต๊กวากิว3ชิ้นเลย”
     “ตกลง!!” ไม่มีคำพูดใดนอกจากนี้ อคินพุ่งตรงไปอีกทางทันทีซึ่งเบลลินดากำลังยืนอยู่พร้อมกับกระเป๋าเป้ใบเขื่องและสายสะพายที่เต็มไปด้วยแคปซูลนับร้อย “นี่ยัยกบ..เธอเป็นหมอหมาไม่ใช่เหรอ?ทำไมมีระเบิดได้เนี่ย??”
     “คิดว่าฉันจะเป็นตัวถ่วงเสมอไปเหรอตาหมาบ้า..ตอนนี้ฉันน่ะไม่ใช่พวกซับพอร์ตอย่างเดียวแล้วนะ..ขอเป็นตัวดาเมจร่วมด้วยสิ..ไว้ใจฉันได้เลย” เบลินดาส่งสายตาที่มั่นใจมาให้จนอคินไม่สามารถค้านต่อสายตานั้นได้จึงได้เพียงส่ายหัวเบาๆ แต่ความจริงเขาก้อยากเห้นฝีมือของคนๆนี้เหมือนกัน
     “อย่าให้ต้องวกกลับมาช่วยแล้วกัน  อย่าตายซะล่ะยัยกบ”
     “มั่นใจได้น่าไอ้หมาหงอก...”
     “นี่ อย่ามาเรียกฉันชื่อนี้นะ...ไม่อยากนึกถึงไอ้เด็กเหลือขอคนนั้นที่มันเรียกฉันชื่อนี้เลย...บ้าจริง  ไปจัดการให้จบๆไปซะ” อคินพุ่งไปอีกทาง  เบลินดาก็แยกตัวออกไป เสื้อกราวน์สีขาวยาวคลุมเข่าถูกถอดออกกลายเป็นชุดรัดรูปกางเกงขาสั้นแสนทะมัดทะแมงเตรียมตั้งท่าสู้อย่างมั่นคง

     ....อย่ามาดูถูกเบลลี่คนนี้นะยะ!...

     เบลินดาดึงแคปซูลเล็กๆขึ้นมาอีกครั้งแล้วบันจุมันลงไปที่อุปกรณ์บางอย่างที่คล้ายนาฬิกาตรงข้อมมือก่อนจะยิงออกไปตรงลานว่าง

     ตู้มมม!!!

     “เดี๋ยวก็จะมองเห็นมันแล้ว  นี่เป็นระเบิดลวงตาของปีศาจหมอกที่ฉันศึกษามา  มันจะทำให้เรากลมกลืนกับควันและสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัด กลับกัน  ปีศาจจะมองไม่เห็นเราช่วงที่มีควันอยู่”
     “ฮึ่..ใช่ย่อยนี่  เห็นที่ต้องเรียกว่ายัยกบเคมมีซะแล้วสิ”
ร่างของปีศาจพังพอนเริ่มปรากฏตัวในความมือ อคินจับมีดสั้นสองด้ามในมือเดียวส่วนมืออีกข้างควักปืนเงินขึ้นมาเตรียมลุย เช่นเดียวกับแคปเปอร์ที่ใช้ขวดน้ำอีกขวดที่ติดตัวมาสร้างเป็นดาบคาตานะคู่ตั้งท่ารุกเตรียมเอาไว้ ส่วนสาวสวยคนสุดท้าย เบลินดาเดินลงมายืนอีกจุกที่ล้อมปีศาจเป็นสามมุม แคปซูลอีกอันถูกบรรจุลงอุกปรณ์ที่ข้อมมือแล้วตั้งท่ายิงเต็มที่....
     “เอานะ” แคปเปอร์ส่งสัญญาณถาม...ทั้งสองพยักหน้า
     “หนึ่ง...”
     “สอง...”
     “สาม...”


""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""



จบบทแรก ยาวไปมั้ยครับ...ผมว่ามันกำลังมันส์เลยรวมเป็นตอนยาวเลยดีกว่า...ผมไม่เคยอ่านการ์เดี้ยนแบบเต้มๆเลย//ขอโทษครับ
แต่เคยอ่านบริษัทพิทักษ์คุณหนู(การิน) เลยๆไม่เข้าใจบทเท่าที่ควร....  แต่ผมก็ใส่อะไรที่แปลกๆไปนิดนึง...นั่นคือ
แคปเปอร์จะติดฮาเล็กน้อย  
อคินจะเก่งขึ้นและสามารถทำงานร่วมกับอัลเวนได้เต็มที่
เบลินดา...แทนที่จะเป็นหมอสัตว์(เอ่อ....) อย่างเดียวผมขอใส่ลูกเล่นและเขี้ยวเล็บให้เธอหน่อยแล้วกัน..
แต่เรื่องราวมันไม่จบแค่นี้หรอกครับไม่ต้องห่วง...เพราะเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้คลั่งศาสตร์มืด กับเด็กสาวอาภรรพ์ยังไม่ออกมาเล้ยย....
จงเม้นท์ๆๆๆ  ไม่เม้นทื น้ำอบน้อยใจแย่เลยน๊า....
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

อัพต่อเลยจ้า
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ก็สนุกขึ้นนะฮะ ถึงจะตงิดๆตรงที่อัลเวนเรียกอคินว่า คู่หู ก็เถอะ
อัพต่อเลยคร้าบ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

หนุกดีค่ะ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

สนุกมากๆค่า อัพต่อนะ ><
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5-7-2013 11:58 โดย NAMORBZA

ผ่านไปแล้วกับตอนแรก  หวังว่ามันจะสร้างความสุขให้ทุกๆคนนะครับ
ดีใจมากๆที่คนอ่านมีหลายคน  แม้จะน้อยใจกับยอดวิว แต่ว่าผมก็เชื่อว่า"เดี๋ยวต้องมาแน่ๆ"
ดังนั้นฝากติดตามไปเรื่อยๆนะครับ อยู่ด้วยกันนานๆนะ...เมท้นเยอะมีแถมน๊า  อิอิ

อัพต่อเลยจ้า
สุชาดา โพสต์เมื่อ 4-7-2013 18:47

>>ถ้าอัพแล้วไม่อ่าน ผมงอนจริงๆนะครับ^^

ก็สนุกขึ้นนะฮะ ถึงจะตงิดๆตรงที่อัลเวนเรียกอคินว่า ค ...
แสงสว่างสีดำ โพสต์เมื่อ 4-7-2013 20:34

>>> ผมอยากให้สองคนนี้เหมือนสองร่างในหนึ่งเดียวและทำงานร่วมกันนะครับ
อาจจะได้อะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น  ฝากติดตามด้วยนะครับ//กราบบบ

หนุกดีค่ะ
Crystal โพสต์เมื่อ 4-7-2013 21:36

>>>ครับผม ขอบคุณครับ  ถ้าสนุกก็  อ่านต่อไปนะครับ  อย่ามาเม้นสองเม้นแล้วหายนะ  //ผมขี้น้อยใจ ><

สนุกมากๆค่า อัพต่อนะ >
Poppoppy โพสต์เมื่อ 4-7-2013 22:25

>>>อัพแล้ว มาอ่านต่อน๊า...

.....................................................................



เอาละ เม้นน้อยตอบน้อย....แต่ความสนุผมจัดเต็มคร๊าฟฟฟฟฟ  ไปต่อเล้ยย!!
ตอนที่สอง  เรื่องราวที่ยังต้องเดินต่อไป....

             ทั้งสามบอร์ดี้การ์ดแห่งการ์เดี้ยนคอร์ปอเรชั่นจัดการโจมตีอย่างพร้อมเพียงกันแบ่งรับแบ่งสู้กันอย่างถูกจังหวะจนสามารถเรียกได้ว่าสามเหลี่ยมสังหารเลยก็ว่าได้ คมมีดน้ำของกัปปะหนุ่มฟันเข้าสู่ตรงกลางลำตัวอย่างจัง ส่วนคมมีดสั้นดามัสกัสก็เฉือนเข้าสู่เส้นเลือดจุดสำคัญก่อนกระสุนเงินจะทะลวงเข้ากลางลำตัวมันอีกนัดหนึ่ง
             ปัง....
             “เอาล่ะ พวกนายถอยไป!!” สัตวแพทย์สาวตะโกนลั่น แคปเปอร์และอคินไม่สามารถรู้ได้ว่าเธอจะทำอะไรแต่ก็ต้องหลบก่อนเพราะเกรงอานุภาพของบางอย่างที่เธอมีเหมือนระเบิดลูกเมื่อครู่
             ฟ้าว.....พรืด...ซ่า!!
             ระเบิดบางอย่างที่ถูกยิงออกมาจากอาวุธของเบลินดาพุ่งปะทะกับร่างพงพอนยักษ์นั่นเต็มๆ และทันทีที่แคปซูลนั่นแตกออกควันสีขาวก็ลอยคลุ้งขึ้นเหนืออากาส ร่างทั้งร่างของมันโดนเมือกเหนียวๆปกคลุมจนทั่วร่าง

             ก๊าซซซซซซซซซ....
             
     มันกรีดร้องอย่างโหยหวน
             “นั่นเธอทำอะไรน่ะยัยกบเคมี” อคินถามปนอึ้งกับสิ่งที่ได้เห็น
             “ก็ระเบิดกรดจากปีศาจดักแด้ไงล่ะเก็บมาจากเคสหนูน้อยหมวกแดงที่ป่านนี้ยังตามคุณแคปเปอรืแจเลย  ยัยเอมิลี่อะไรนั่นน่ะ  เดี๋ยวเจ้านั่นก็จะละลายกลายเป็นปุ๋ยแล้วล่ะวางใจได้ อาวุธของฉันน่ะร้ายแรงอยู่แล้ว”
             “คุณเบลนี่เริ่มน่ากลัวขึ้นทุกๆวันแล้วนะครับ” แคปเปอร์ ดาบน้ำตอนนี้กลายเป็นเพียงน้ำเหลวๆไหลซึมสู่ผืนดินไปแล้ว
             “ก็อย่างว่า  มีเขี้ยวเล็บก็ถือว่าดีขึ้นมาหน่อย..แต่ความคล่องตัวหรืออะไรยังตามทั้งสองคนไม่ได้หรอก..แต่สัญญาว่าจะมาเป็นกำลังเสริมให้ได้”
             “พูดดีนี่นา ยัยกบ เฮอะ!” อคินเช็ดคราบเหงื่อที่ไหลโซมกาย ปล่อยให้เขาลุยเดี่ยวตั้งนาน
        ร่างของปีศาจนั่นละลายกลายเป็นเพียงซากไปแล้วเหลือเพียงควันจางๆเท่านั้น  งานวันนี้ลุล่วงไปด้วยดี
             “งั้นก็ไปกันเถอะครับ...ไปรับค่าจ้างกัน” แคปเปอร์เอ่ยขึ้นแล้วเดินนำกลับไปทางหมู่บ้านกัน
             “โอ๊สสส...ฉันหิววากิวเต็มที่แล้ว...”
             “โอเคน่า  ยกผลงานให้นายจัดไปสามชิ้นเลย..”
             “งั้นรอเดี๋ยวนะ  ฉันขอเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อก่อน  เพราะเจ้านี้เหลือร้ายอยู่พอตัวเลย ทั้งหายตัวทั้งพ่นใยยังกับไอ้แมงมุมแน่ะ  เอามาผลิตแคปซูลเจ๋งได้เลยละ”
             “เธอนี่มัน..น่ากลัวชะมัดเลยนะ  ยัยกบเอ๊ย” อคินบ่นพึมพำคนเดียว แต่เวลานี้ไม่มีอะไรที่จะอร่อยเท่าวากิวที่เขากำลังรอคอยอยู่หรอกน่า....หิวเหลือเกิ๊นนน!!! ไม่มีอะไรจะน่าสนใจ...แม้กระทั่งตาขวาของตนเองก็ตาม
               

....................................................................................



    ...ยังไม่ตายๆไปอีกเหรอ  ยัยแม่มดเฮงซวย...
     ...ถ้าไม่ติดว่าอีกไม่นานจะจบแล้วฉันไม่ถ่อสังขารเอาชีวิตมาเรียนร่วมกับยัยแม่มดนี่หรอก  ยัยปีศาจ...
     ..อัปมงคลยามเช้าเลยฉัน เจอยัยนี่ทีไร....อยากจะเดินเข้าไปตบๆๆๆๆล้างน้ำเลย...

     ทุกๆเช้ายามที่ขาสักข้างก้าวพ้นอาณาเขตโรงเรียนเข้ามา เสียงเพรียกจากจิตใจของคนรอบข้างที่พบเจอเธอก็จู่โจมเข้ามาทำร้ายเธอทันที ทั้งสายตา ทั้งความคิด ทั้งท่าทาง  หากใครจะรับรู้ว่าความจริงเธอไม่ต้องการที่จะเป็นแบบนี้  ไม่ได้ต้องการที่จะรับฟังเรื่องราวอะไรที่มันทำร้ายจิตใจเธอขนาดนี้ในทุกๆวัน เพราะพลังอาถรรพ์ในตัวเธอที่มีอยู่จึงสามารถทำให้เธอต้องเจอกับเรื่องราวอันตรายมากมายและยังสามารถได้ยินสิ่งที่ไม่อยากได้ยินเลย..นั่นคือเสียงจากความคิดที่มองเธอเป็นเพียงปีศาจตัวหนึ่ง หรืออาจจะประเมินต่ำกว่าเศษหินก็ได้
เราอดทนมาถึงจุดนี้แล้ว...ไม่สามารถหยุดยั้งอะไรได้...แค่อยู่เฉยๆก็พอ
เด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางลำตัวก้มหน้าเดินโดยไม่ต้องการที่จะมองหน้าผู้คนรอบข้าง เพราะแค่เสียงทางความคิดก็ทำร้ายเธอมากมายแล้ว จะให้หันไปมองไปเห็นแววตาและสีหน้าที่น่า     กลัวน่ารังเกียจนั้นอีก เธอไม่แข็งแรงขนาดนั้น.
ลัลทริมารวบกระเป๋าถือเข้าข้างตัวเตรียมเดินตรงไปยังโต๊ะหินอ่อนที่ประจำของพวกเธอป่านนี้เพื่อนๆทั้งสองนั้นจะมารอเธอหรือยังนะ
     “ล้าลลลลล...” เสียงสดใสดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงแขนเรียวๆอ้อมมากอดคอเธออย่างแผ่วเบา “นึกว่าจะมาไม่ทันแกเสียแล้วนะเนี่ย”
     “อ้าวเอม...อรุณสวัส  แล้วนี่นีไปไหน หรือมาแล้ว?”
     “ซื้อของอยู่จ้า  นี่ๆไปนั่งกันฉันซื้อบราวนี่ชอกโก้มูสมาล่ะ อร่อยมากเลยไปๆนั่งกินกัน” เอมลากลัลเบาๆให้เดินตามแรงไปยังโต๊ะตัวประจำที่แสนสงบและห่างจากกลุ่มคนทั่วไปพอตัว
เพียงไม่นานนีก็วิ่งโร่มาพร้อมกับถุงเอกสารลัอุปกรณ์มากมายแล้วทรุดนั่งลงอย่างเหนื่อยหอบ
     “ใครบอกให้แกวิ่งมาล่ะเหงื่อโชกเลย” เอม อดแซวเบาๆไม่ได้แล้วแบมือไปขอการบ้านจากนีอย่างรู้งาน เมื่อได้มาแล้วก็ลงมือจดแบบไม่รู้เรื่องราวภายนอก

     มุมบางมุม จุดบางจุด สัญญาณบางอย่างกำลังทำงานอยู่ มันลอยล่องอย่างแผ่วเบาภายในอากาศ เสียงเพรียกแห่งความตายที่แผ่วเบา กลิ่นของซากศพที่ถูดพัดพา พันธาการแห่งเพลวเพลิงที่ร้อนระอุ...เรียงร้องไห้อย่างเศร้าโศกและทรมานด้วยความเจ็บปวด..ความรู้สึกทั้งหมดแล่นเข้ามาในหัวของลัลทริมาอย่างกะทันหันจนเธอรู้สึกเวียนหัวอย่างแรงเหมือนจะล้มทั้งๆที่นั่งอยู่
อะไรกัน??  ความรู้สึกนี้ ญาณอาถรรพ์งั้นเหรอ??  ทำอะไรอีกล่ะ??....
เธอตั้งคำถามให้ตัวเองอย่างปิดตายเพราะไม่สามารถหาคำตอบได้ สายตามองเห็นภาพข้างหน้าเริ่มเลือนรางจนทนไม่ไหว ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ลัลทริมาจึงตัดสินใจลุกขึ้น
     “ฉันรู้สึกเวียนหัว  ขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อยนะ”
     “เป็นไรมากมั้ย? ห้องพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอ?” เอมและนีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อดูท่าเพื่อนสาวเริ่มหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด
     “ไม่เป็นไร  ไม่ต้องช่วยก็ได้นะ..เดี๋ยวฉันมาแป๊บเดียว” เธอฝืนยิ้มไม่ให้เพื่อนทั้งสองเป็นห่วงทั้งๆที่ความจริงเธอแทบจะยิ้มไม่ออก แล้วค่อยเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงที่ใกล้ที่สุดโดยที่เธอมองไม่เห็นเลย แววตาที่แสนเป็นห่วงจากเพื่อนทั้งสอง และแววตาสีเงินประกายที่วาวโรจน์อยู่ข้างพุ่มไม้สูงเบื้องหลังนั่น
     ....ไม่นะ  เราไม่อยากตาย  ไม่....
     ...อย่าฆ่าฉันเลย..ช่วยได้  ไม่นะ...
     ...ช่วยด้วย ไม่เอาแล้วแบบนี้  ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว...
     ...หยุดมันที หยุดราชาหยุดสงคราม ไม่เอาแล้วอ๊ากกกกกก...

เสียงที่ไม่รู้ที่มาพุ่งเข้าจู่โจมญาณอาถรรพ์ของเธอโดยตรง สายตาเด็กสาวเริ่มมองทุกอย่างหมุนไปมาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถทนมองได้จึงหลับตาพริ้ม ก่อนจะตั้งสติได้แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมา
     “อะไรกัน???” ลัลทริมาตาเบิกโพลงเมื่อรอบข้างของเธอตอนนี้ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโรงเรียนอีกต่อไป ไอร้อนแผดเผาราวกับร่างกายจะหลอมละลาย ทุ่งกว้างกับเปลวเพลิงที่ห้อมล้อมและพื้นดินที่ไหม้ดำเป็นเศษถ่าน ซากสิ่งมีชีวิตมากมายไหม้เป็นผุยผง ซากศพนับร้อยนอนกองกันอย่างกับภูเขาแห่งความตาย เสียงร้องระงงแห่งความเจ็บปวดทำให้เธอน้ำตารื้นขึ้นมาทันที เมื่อสามารถรับรู้ความรู้สึกของสิ่งเหล่านั้นได้...มันคืออะไร  พลังเหรอ? วิญญาณ  หรืออาภรรพื ทำไมมันดูร้ายแรง และโหดร้ายเกินไปกว่าที่เธอรับรู้มาตั้งแต่แรกกันนะ
พื้นดินสะเทือนอย่างแรงกับเสียงของกองทัพบางอย่างวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เด็กสาวกอดตัวเองแน่นหันมองไปรอบทิศทางด้วยความหวาดกลัว  ร้อนเหลือเกิน กลัวเหลือเกิน...นี่มันอะไร  ที่ไหน...  เสียงนั้นเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีๆ เด็กสาวยิ่งกลัวที่หวั่น  เงาดำๆเลือนรางเริ่มปรากฏจากกำแพงไฟบางเบาก่อนจะเริ่มเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้นทำให้เห็นว่าเป็รเงาของคนกลุ่มใหญ่กำลังจะพุ่งเข้ามาทางเธอ
     “ไม่....อย่า...”
     มันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่วิ่งที่เธอเห้น พวกนี้มันไม่ใช่มนุษย์ แต่แต่งตัวด้วยชุดคล้ายนักรบอะไรสักอย่าง...ปีศาจงั้นเหรอ?  แต่ว่าเธอไม่เคยเห็นพวกนี้เลยแม้แต่ตอนที่เคยร่วมกับเหล่าการ์เดี้ยคอร์ปอเรชันด้วย...มันคืออะไร...  อาวุธที่ครบมือ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ซากศพเผาไหม้เหม็นจนอยากอาเจียน
     “ฮ่าห์........” มันพุ่งเข้ามาแล้ว ดาบใหญ่แหลมคมสะท้อนเปลวเพลิงเงื้อมาแต่ไกล นี่มันกะจะทำอะไรเธอนะ...จะฆ่าเธองั้นเหรอ?
     “ไม่นะ...ม่ายยยยยย!!!”
   
      หึ  หึ  หึ....

     ...เสียงนี้...
     
     “การิน  ช่วยด้วยยยยย!!!” แม้จะไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงมากมาย แต่ตอนนี้เสียงที่เธอคุ้นหูคงเป็นหนทางสุดท้ายจริงๆสินะ
     เฮือก..!!
     เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างกายของเธอเหมือนโดนโอบกอดเอาไว้ ผ้าพันแผลสะพัดพลิ้วตามแรงลม..เขามาจริงๆด้วย...
เปลวไฟที่บ้าคลั่งพร้อมกับเสียงสวดท่องบางอย่างแปลกๆที่คุ้นหูแต่ไร้การจับใจความ เธอหลับตาพริ้มซุกตัวมุดหน้าอกอันหนักแน่นของเด็กหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้...การิน

..............


     ทุกอย่างเงียบสงบไปแล้ว..ความมืดดำเข้าปกคลุมเต็มที่ เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆกับเสียงลมหายใจของใครบางคนที่อยู่ใกล้จนสัมผัสได้ทันทีที่ลืมตาขึ้นเธอก็ต้องเบิกตาโพลงทั้งๆที่สายตายังไม่ชินกับแสงสว่างเพราะใบหน้าที่ขาวนวลกับแววตาที่เฉียบคมขอบตาคล้ำเล็กน้อย..ใบหน้าของการิน เขากำลังมองตาเธอในระยะประชิดจนลมหายใจสัมผัสกันได้ อวัยวะที่อกซ้ายเต้นระส่ำ หน้าเด็กสาวแดงก่ำ
     “นี่...ตื่นสักทีนะยัยแม่มด  หึ หึ หึ...อะไรกันหน้าแดงงั้นเหรอ??”
     “อีตาบ้า ถอยไปนะ...” ลัลทริมาออกแรงผลักร่างการินอย่างแรง เขาเวเพียงเล็กน้อยก่อนจะอาศัยจังหวะเวทิ้งตัวลงโซฟาข้างผนังได้อย่างเหามะเจาะ “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
     “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน..เพราะตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้นหึ หึ หึ..”
     “นี่นาย  อย่าบอกนะว่าหมายถึง....”
     “หึ หึ หึ..ไม่ได้โง่นี่ใ ช่!! เก่งนะเรา  เพราะพลังของเธอไงทำให้ฉันได้เจอกับเรื่องสนุกๆอีกแล้วสิน่า...หวังว่าคราวนี้คงมีอะไรจะทำให่สนุกเท่ามากกว่าไอ้มั้งกรจิ๋วนั่นนะ”
     “พูดถึงจิ๋ว...หรือว่า...”
     “ฉันว่านะ  ครั้งนี้มันก็น่าจะเกี่ยวทั้งอาถรรพืและปีศาจเลยล่ะ  และอย่างที่เห็น  เมื่อกี้สิ่งที่เธอเห็นมันสงครามชัดๆ  งานนี้คงสนุกสินะ  งานนี้ต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ ยัยแม่มด  อย่าอยู่ห่างฉันล่ะ  หึ หึ หึ!!”
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

ดีเลย แต่งหื่นโลด/การิน:ยัยหื่นเอ๊ย
อัพอีกจิ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

โผล่มาก็ฟินเลยสินะการิน
น่าจะมีรูปด้วยเนอะ
อัพนะคร้าบ
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด